ข้อห้าม

บทที่ 2 ปลาคาร์ฟหมื่นตัวตามมังกร!

เหตการณ์นี้เกิดขึ้นเร็วมากกระทันหันมาก ทำให้คนยังไม่ทันได้ตั้งตัว

ตอนที่จางเฉินบุกเข้ามา ผู้ชายสองคนข้างเขาก็เริ่มเปิดฉากโจมตี

พวกเขามาจากสามทิศทางเพื่อล้อมโจมตีหลี่มู่หยาง..............ถึงแม้ในใจพวกเขาจะคิดว่าที่จริงแล้วจางเฉินคนเดียวก็สามารถโจมตีหลี่มู่หยางได้สบายๆ แต่ การที่ให้จางเฉินลงไม้ลงมือต่อยคนอื่น ไม่ใช่จะทำให้จางเฉิงดูเป็นคนร้ายกาจรุนแรงหรอ? นี่ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์เทพบุตรของโรงเรียน

ถ้าพวกเขาสามคนบุกมาพร้อมกัน ทำให้ดูน่าเกรงขามมากขึ้น และจะทำให้คนอื่นรูสึกว่าพวกเขามีน้ำใจช่วยเหลือกัน

พวกเขาสองคนเพิ่งวิ่งมาได้ครึ่งทาง จางเฉินก็ลยขึ้นแล้ว จู่ๆก็ทำให้พวกเขาลุกลี้ลุกลน

การจู่โจมที่วางแผนไว้ก็กลายเป็นคลื่นลูกใหญ่ พวกเขาวิ่งอ้อมหลี่มู่หยางไป หลังจากนั้นก็ไปยืนดูแผ่นหลังของหลี่มู่หยางไกลๆ

"เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น?" พวกเขามัวแต่วิ่ง ก็เลยไม่ทันได้ดู

หลี่มู่หยางมองหมัดของตัวเองด้วยความงง

ตกลงเมื่อกี้เกิดอะรขึ้นกันแน่? ทำไมจู่ๆเขาถึงได้ระเบิดอารมณ์ความโกรธออกไปรุนแรงอย่างนั้น?

หลี่มู่หยางในสมัยก่อนจะอดทนอดกลั้นมาก ถ้าอีกฝ่ายไม่รังแกจนเกินไปเขาก็จะให้ความร่วมมืออย่างดี เพราะการทำอย่างนั้นเป็นการทำให้เขาได้รับความบาดเจ็บน้อยที่สุด ..........ใครทำให้เขาสู้ไม่ชนะคนอื่นกันหล่ะ?

ปกติพละกำลังที่แม้แต่ขนาดบีบไก่ยังไม่ไหวของเขาทำไมถึงได้ต่อยจางเฉินลอยได้นะ?

อีกอย่าง เขาแทบจะไม่ได้ออกแรงอะไรเลย...............อยากจะให้จางเฉินยืนขึ้นมาและให้เขาได้ต่อยอีกครั้งดูว่าเป็นอย่างไร

จางเฉินส่งเสียงร้องครวญคราง และพยายามลุกขึ้นจากพื้นด้วยความยากลำบาก

เขามองไปที่หลี่มู่หยางด้วยความตกใจและหวาดกลัว

จู่ๆหลี่มู่หยางก็ระเบิดพลังออกมาทำให้เขาตกใจมาก ทำไมหลี่มู่หยางถึงได้มีพละกำลังแบบนี้?

เกลียดคนที่เก่งแต่ทำตัวไม่เก่งที่สุด!

ฝึ่บ.....................

ฝึ่บ.....................

ฝึ่บ.....................

รองเท้าผ้าใบสีขาวของหลี่มู่หยางเหยียบย่ำลงบนทุ่งหญ้า เดินเดินไปตรงหน้าของจางเฉินทีละก้าวๆ

"นายต้องการดึงดูดความสนใจของชุยเสี่ยวซินใช่มั้ย?" หลี่มู่หยางถามขึ้นมา

ครั้งนี้เปลี่ยนมาเป็นเขที่มองจางเฉินด้วยความสูงส่ง ความรู้สึกแบบนี้มันดีจริงๆ ใบหน้าสีดำของเขากลายเป็นหล่อเหลาขึ้นมาทันที

จางเฉินฮ้่าปาก แต่กลับพูดอะไรไม่ออกซักคำ เหมือนกับปลากินพืชที่กำลังจะตาย้วยความกระหาย

เขาชอบชุยเสี่ยวซิน นีไม่ใช่เรื่องที่เป็นความลับในชั้นเรียน เพราะในฐานะที่เขาเป็นหัวหน้าทีมบาสเก็ตบอล เขาเองก็เป็นคนดังในโรงเรียน เรื่องนี้จึงถูกเผยแพร่ออกไปทั่วโรงเรียน

ถึงแม้เขจะไม่ได้หันกลับไปมอง แต่เขาก็รู้ว่าชุยเสี่ยวซินต้องอยู่ด้านหลังกลุ่มคนแน่ๆ เพราะเธอมักจะชอบยืนอยู่ด้านหลังสุดของกลุ่มคน ดูเหมือนเธอจะรักษาระยะห่างจากคนอื่นๆ

เขาจะสามารถปฏิเสธคำถามของหลี่มู่หยางได้หรอ? ไม่ได้

"นายใช้ผิดวิธีแล้ว" หลี่มู่หยางมองจางเฉินด้วยใบหน้าเสียดาย เขาส่ายหน้าเบาๆและสูดลมหายใจพร้อมพูดว่า " ชุยเสี่ยวซินเป็นผู้หญิงฉลาด สำรวมและภูมิใจในตัวเอง ผู้ชายที่เธอชอบคือผู้ชายที่อ่อนโยน ฉลาด แต่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างแข็งแกร่ง..............นายว่างหน่อยก็จะมาพูดจาดูถูกฉัน มารังแกฉัน นายคิดว่าที่นายทำอยู่จะเป็นการแสดงออกว่านายแข็งแกร่งและมีเสน่ห์งั้นหรอ?"

ผู้หญิงที่เงียบสงบราวกับดอกลิลลี่กำลังจะอ้าปากพูด แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

สายตาของเธอเฉียบคมเหมือนใบมีด กำลังเฉือนเนื้อของหลี่มู่หยางทีละแผ่นๆ เพื่อดูว่าสุดท้ายในใจของเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

"เขานี่นอกจากจะหน้าตาไม่ดีแล้ว แถมยังน่ารังเกียจอีกด้วย" ผู้หญิงคนนั้นคิดในใจ

"ที่จริงในสายตาของชุยเสี่ยวซินแล้วก็เป็นแค่เล่ห์เหลี่ยมหลอกลวง เป็นเรื่องที่น่ารังเกียจและน่าดูหมิ่น นายเห็นฉันเป็นตัวตลกที่น่ารังแกน่าเหยียดหยาม แต่การกระทำที่นายรังแกฉันในสายตาของชุยเสี่ยวซินแล้วมันก็เป็นเพียงการแสดงตลกของตัวตลก...................."

หลี่มู่หยางชี้หน้าตัวเองและพูดว่า " นายดูหน้าของฉัน.........นายหล่อกว่าฉัน อย่างน้อยๆนายก็ขาวกว่าฉัน"

"นายตัวสูงตัวใหญ่กว่าฉัน นายฉลาดกว่าฉัน นายเรียนดีกว่าฉัน.........อ้อ ใช่ นายยังเล่นบาสเก็ตบอลเป็น เวลาฉันดูนายเล่นบาสเก็ตบอลมีนักเรียนหญิงจำนวนมากที่ไปยืนตะโกนเรียกชื่อของนายอย่างบ้าคลั่ง หลายๆครั้งฉันยังแอบหวังอยากให้ตัวเองเป็นแบบนายบ้าง..........................."

"มีนักปรัชญาท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า : ถ้าต้องการดูว่าเขาเป็นคนระดับไหน ก็ให้ดูว่าคู่ต่อสู้ของเขาเป็นใคร นายเลือกที่จะเอาคนอย่างฉันมาเป็นคู่ต่อสู้ของนาย หรือว่าเลือกฉนมาเป็นเป้าหมายในการรังแก................นายกำลังดึงตัวเองลงมาอยู่ในระดับเดียวกันกับฉัน นายคิดว่าคนแบบนี้ควรจะชอบชุยเสี่ยวซินมั้ย? ปัญญาอ่อน"

"หลี่มู่หยาง นาย...................."

"ฉันเป็นคนธรรมดาทั่วไป" หลี่มู่หยางยิ้มมุมปาก ดวงตาสีดำที่เหมือนกับผิวมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก นี่คือใบหน้าทั้งหมดของเขา..........หรือจะพูดว่าเป็นจุดที่โดดเด่นที่สุดทั้งร่างกาย เขาพูดว่า "แต่นายน่าสงสาร"

จางเฉินโกรธจัด เขาโถมเข้าใส่แล้วเอามือบีบคอหลี่มู่หยาง พูดคำรามว่า " หลี่มู่หยาง นายว่าใครน่าสงสาร? นายว่าใครน่าสงสาร?"

"ต่อยกันแล้ว ต่อยกันแล้ว.................."

"รีบมาช่วยหน่อย รีบแยะพวกเขาสองคน................"

"คุณครู มีคนทะเลาะกัน................"

.................................

"ออกแรงสิ" ดวงตาของหลี่มู่หยางมีแสงสีแดงลุกขึ้นมาอีกครั้ง เขาจ้องไปที่จางเฉิน "ออกแรงสิ ให่เหมือนเมื่อก่อนที่นายใช้เท้าเหยียบฉันบนพื้น"

"ผึด.................." จางเฉินกระอักเลือดออกมาจากปาก อาจจะเป็นเพราะว่าเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส หรืออาจจะเป็นเพราะว่าโกรธจัด

จางเฉินที่บ้าคลั่งถูกคนมาดึงตัวเองไว้ จางเฉินใช้เท้าเตะคันเบ็ดของหลี่มู่หยางลอย ยิ้มเย็นชาและพูดว่า " หลี่มู่หยาง คนไร้ประโยชน์อย่างนายมีสิทธิ์อะไรมาสงสารฉัน? นายเรียนก็ไม่ดี ต่อสู้ก็ไม่ได้ หน้าตาน่าเกลียด สอบทุกครั้งได้ที่โหล่ทุกครั้ง.............แม้แต่ตกปลาปลายังไม่กินเหยื่อเลย นายคิดว่าตัวเองจะมีอะไรที่โดดเด่นอีกหรอ? ชีวิตนี้ของนายก็อยู่เพื่อรอวันตายเท่านั้นเอง"

หลี่มู่หยางลูบคอที่ถูกบีบจยเป็นรอยแดง ยิ้มและพูดว่า " เมื่อกี้นายโดนฉันต่อยจนลอยแล้วนะ"

"....................."

จางเฉินใช้นิ้วจิ้มที่หน้าผากของหลี่มู่หยาง หลังจากนั้นก็หันหลังเดินออกไป

พวกคนที่อยู่ด้านหลังของเขาชะงักอยู่ครู่หนึ่ง พวกเขามองดูพิเคราะห์พิจารนาหลี่มู่หยางราวกับว่าพวกเขาไม่เคยเห็นหลี่มู่หยางมาก่อน หลังจากนั้นก็รีบวิ่งตามหลังเขาไป

ความคึกคักสิ้นสุดลง กลุ่มคนต่างก็แยกย้าย หลี่มู่หยางนั่งเหม่อลอยอยู่บนทุ่งหญ้าริมทะเลสาบ

เขามักจะอยู่คนเดียว

เหมือนเมื่อก่อน

"หลี่มู่หยาง......" เสียงใสใสของผู้หญิง เหมือนเสียงนกกระเต็นที่ร่อนอยู่บนท้องฟ้า

หลี่มู่หยางหันกลับไปมอง พบว่าชุยเสี่ยวซินยืนอยู่

ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ

"เธอจะเห็นด้วยว่าฉันพูดถูกหรือจะต่อว่าฉันว่าฉันพูดผิด เรื่องนั้นมันไม่สำคัญ...........ที่จริง เธอรู้มั้ย? เพียงแค่เธอพูดคุยกับฉัน คนอื่นๆก็จะใช้สายตาแปลกๆมองมาที่ฉัน.......หรือว่าแปลกใจ หรือริษยา และก็อาจะมีอิจฉา จู่ๆบนกองโคลนก็มีดอกไม้สวยโผล่ขึ้นมา มันเป็นเรื่องที่แปลกใหม่จริงๆ สำหรับฉันแล้ว สุดท้ายมันก็เป็นเรื่องที่ได้เปรียบ ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันจะเสแสร้งทำเป็นเมื่อกี้ไม่ได้เกิดอะไรขึ้น"

ไม่ต้องหันกลับไปมอง หลี่มู่หยางก็รู้ว่าการที่สาวฮอตของห้องมาพูดคุยกับตนทำให้ดึงดูดความสนใจของคนอื่นๆ

ชุยเสี่ยวซินคิดไม่ถึงว่าหลี่มู่หยางจะพูดแบบนี้ออกมา มีหมอกมาปรากฏในดวงตาสวยๆของเธอ จู่ๆก็ชัดเจนขึ้นทันที เธอเงียบอยู่ครู่หนึ่งและพูดว่า " นายเดาถูกสองเรื่อง และก็เดาผิดสองเรื่อง"

"ดูท่าทางเธอจะยินยอมพูดคุยกับฉันยาวๆแล้ว นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่พวกเราพูดคุยกันอย่างเป็นทางการสินะ?" หลี่มุ่หยางพูดยิ้มๆ

"เรื่องแรก ฉันไม่ชอบจางเฉิน ในสายตาของฉัน การกระทำของเขาก็เหมือนตัวตลกที่โอ้อวด"

"เรื่องที่สอง ผู้ชายที่ฉันชอบคือผู้ชายที่อ่อนโยน ฉลาด แต่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างแข็งแกร่งเหมือนกับที่นายพูด เขามีความสามารถ แต่ไม่ได้แสดงความสามารถของตัวเองตลอดเวลา นี่คือลักษณะผู้ชายที่ฉันชอบ"

หลี่มู่หยางพยักหน้า และพูดว่า" งั้นเรื่องที่ฉันพูดผิดมีอะไรบ้าง?"

" เรื่องแรก ฉันไม่ได้รู้สึกว่านายเป็นตัวตลก นายเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่เหมือนกับคนทั่วๆไปมากมาย นายไม่ได้ทำอะไรผิด เพียงแค่.............."

" เพียงแค่โชคชะตาไม่ค่อยยุติธรรมกับฉันเท่าไหร่" หลี่มู่หยางหัวเราะเยาะตัวเอง และพูดว่า " บ้านจนคนอัปลักษณ์ สมองว่างเปล่า..............เรียนไม่ดีต่อสู้ไม่ได้ ทำได้เพียงแค่ยอมรับในสิ่งที่โชคชะตากำหนด กลายเป็นคนไร้ประโยชน์ที่มีชีวิตอยู่เพื่อรอวันตาย ใช่มั้ย?"

ดวงตาของชุยเสี่ยวซินเปล่งประกายอีกครั้ง ถ่านดำที่โดนคนอื่นพูดจาดูถูกหัวเราะเยาะเย้ยทั้งวัน เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่มีชื่อเสียงแต่กลับนิ่งเงียบดูเหมือนจะไม่สนิทกับใคร เขากลับมีความคิดที่เฉียบแหลมและว่องไวอย่างนี้?

"ฉันก็แค่พูดไปอย่างนั้นแหละ " หลี่มู่หยางเอาอ้อยเข้าไปเคี้ยวในปาก รสชาติหวานๆทำให้เขารู้สึกดีขึ้น "เธอพูดต่อ"

"การที่มีดอกไม้เบ่งบานบนกองโคลน เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน เพราะมันดูเหมือนจะไม่น่ามอง แต่ที่จริงแล้วมันมีอุดมสมบูรณ์มากพอที่จะสามารถทำให้ดอกไม้เติบโตและเบ่งบาน ............มันทำให้ดีที่สุดอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้ดอกไม้เป็นตัวพิสูจน์มูลค่าของมัน"

"เธอคิดว่าฉันเหมือนกองโคลนนั่นหรอ ยังสามารถช่วยให้มีชีวิตได้?" หลี่มู่หยางฉีกยิ้ม และพูดว่า "งั้นเธอยินยอม.............."

"ฉันไม่ยินยอม " ชุยเสี่ยวซินรีบพูดปฏิเสธ " ฉันจะไปเรียนที่มหาวิทยาลัยซีเฟิง แล้วนายจะไปที่ไหน? พวกเราไม่ใช่คนที่จะอยู่ในโลกเดียวกัน อนาคตของพวกเราจึงไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกัน"

"มหาวิทยาลัยซีเฟิงเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศ จากคะแนนของหลี่มู่หยางในตอนนี้เขาเรียนได้แค่มหาวิทยาลัยซีเป่ยเฟิง ...........มหาวิทยาลัยที่ไม่ขึ้นทะบียนที่มีเงินก็สามารถเข้าเรียนได้แล้ว

"ที่พูดก็ถูก" หลี่มู่หยางยิ้มด้วยความขมขื่นใจ และพูดว่า " นี่เป็นเหตุผลที่ฉันชอบเธอแต่ไม่เคยสารภาพมันออกไป"

"อะไร?"

"นี่ไม่ใช่เป็นเรื่องปกติหรอ? ฉันก็เป็นเหมือนผู้ชายวัยรุ่นพวกนั้น มักจะมีความปราถนาต่อผู้หญิงสวยในโรงเรียน พวกเราชอบสูยซื่อหรุ่ย ชอบจางซินฉี และก็ชอบเธอ พวกเราหวังว่าจะระยิบระยับเหมือนกับพวกเธอ พวกเราหวังอยากจะไปเดินเคียงข้างพวกเธอ และก็วาดฝันอยากจะให้พวกเธอได้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานของพวกเราและยิ้มสดใสเหมือนดอกไม้"

"แต่ผู้หญิงสวยก็มักจะเอาสายตาไปวางไว้ที่ผู้ชายที่เก่งกว่า...........พวกเราก็เลยทำได้เพียงแค่มองพวกเธออยู่ไกลๆ ถ้าเกิดวันไหนจู่ๆสาวสวยเข้ามาใกล้ๆ ก็จะพูดคุยไม่กี่ประโยคด้วยความกระตือรือร้น สำหรับพวกเราแล้วนั่นก็ถือว่าเป็นของจวัญที่ยิ่งใหญ่จากฟ้า" หลี่มู่หยางเงยหน้ามองก้อนเมฆบนท้องฟ้า และพูดว่า " จะทำอะไรได้หล่ะ?"

ชุยเสี่ยวซินเงียบอยู่อยู่ใหญ่ และเธอก็พูดด้วยน้ำเสียงที่สับสนว่า " ขอให้นายโชคดี"

พูดจบ เธอก็หันหลังและเดินตรงไปยังสถานที่ที่มีกลุ่มคนจำนวนมากรวมกันอยู่

กิจกรรมการท่องเที่ยวทะเลสาบสิ้นสุดลงแล้ว สิ่งที่รอพวกเขาอยู่ก็คือการต่อสู้ที่โหดร้าย

"ชุยเสี่ยวซิน.........."จู่ๆหลี่มู่หยางก็ตะโกนเรียก

ชุยเสี่ยวซินหันหน้ากลับมามอง เธอไม่เข้าใจว่าผู้ชายที่ไม่เคยมีอะไรเกี่ยวข้องกับเธอมาก่อนมีอะไรจะพูดกับเธออีก

ที่จริงพูดอะไรก็ไม่มีประโยชน์ เธอไม่มีทางยอมรับความรักเพียงเพราะสงสาร

"ฉันปฏิเสธ" หลี่มู่หยางพูด

"อะไร?"

"ที่เธอชวนฉันไปดูหนังกับเธอ ฉันปฏิเสธ" หลี่มู่หยางพูด

ใบหน้าของชุยเสี่ยวซินที่ถูกแสงแดดส่องเหมือนหยกบริสุทธิ์สีใส จ้องมาที่หลี่มู่หยางด้วยความเย็นชาและพูดว่า " สมองทึ่ม"

พระอาทิตย์ตก ทะเลสาบที่ถูกแสงพระอาทิตย์ตกสาดส่องจนเป็นสีแดงมันดูเป็นความโศกเศร้าที่งดงาม

หลี่มู่หยางเก็บคันเบ็ด เตรียมตัวกลับบ้านพร้อมกับกลุ่มเพื่อน

ซุ่................

ทะเลสาบที่เงียบสงบ จู่ๆก็มีปลาคาร์ฟหลากหลายสีปรากฏขึ้น

มันเหมือนบอกอะไรเป็นนัยๆบางอย่าง หลังจากนั้นก็มีปลาคาร์ฟนับไม่ถ้วนกระโดดขึ้นจากทะเลสายที่พระอาทิตย์ตก

พวกมันมีมากมาย พวกมันกระโดอย่างต่อเหนื่องไม่ขาดตอน พวกมันแข็งแกร่งมาก สีสันหลากหลายของพวกมันปกคลุมไปครึ่งหนึ่งของทะเลสาบที่มีพระอาทิตย์ตก

ในสถานที่ที่สายตามองไม่เห็น ยังมีปลาคาร์ฟจำนวนมากที่มาทางนี้ คล้ายกับมาแสวงบุญ

พวกมันพุ่งตรงมายังทิศทางที่หลี่มู่หยางเพิ่งเดินออกมา เหมือนกับพวกมันกำลังตามบุคคลที่มันศรัทธาด้วยความซื่อสัตย์

ถ้ามีคนแก่ที่สั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนานได้เห็นเหตุการณ์นี้ เขาต้องตกใจและพูดว่า "ปลาคาร์ฟหมื่นตัวตามมังกร นี่มันปลาคาร์ฟหมื่นตัวตามมังกรที่ยากจะพบเจอมาหนึ่งพันปีแล้ว...........................


ข้อห้าม
คุณสามารถใช้ปุ่มลูกศรซ้าย/ขวาเพื่อถอยหลัง/ไปข้างหน้า
ประเมิน: 10.0/10 จาก 48 โพล
loading...