ข้อห้าม

บทที่ 6 ชุยเสี่ยวซินเป็นฟ้าผ่า!

"คุณครูผิดแล้ว" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น เหมือนก้างปลา

ที่คุณสามารถกลืนมันลงไป แต่มันจะทำให้คุฯรู้สึกไม่ดี ทำให้คอของคุณมีเลือดออกได้

จ้าวหมิงจูรีบหันกลับมา และพูดด้วยความโกรธว่า " ใครเป็นคนพูดว่าฉันผิด.........."

เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนพูด ปฏิกิริยาอาการของจ้าวหมิงจูก็อ่อนโยนขึ้น เธอยิ้มและพูดว่า " ชุยเสี่ยวซิน เมื่อกี้หนูพูดว่าอะไร? ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องของหนู หนูรีบนั่งลงเถอะ"

ชุยเสี่ยวซินเป็นนักเรียนดี เป็นอันดับที่หนึ่งของห้อง และก็เป็นอันดับที่หนึ่งของระดับชั้น ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดหล่ะก็ เธอสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยซีเฟิงได้อย่างแน่นอน

จ้าวหมิงจูชอบเธอมาก ชอบเด็กผู้หญิงที่เรียนดีแถมยังมีพรสวรรค์

และสิ่งที่สำคัญก็คือ เธอยังสวยมากอีกด้วย มักจะทำให้จ้าวหมิงจูคิดถึงตัวเองตอนที่ยังเป็นวัยรุ่นอยู่

"คุณครูจ้าวคะ หนูบอกว่าคุณครูผิดค่ะ" ชุยเสี่ยวซินที่สวมชุดนักเรียนโรงเรียนฟู่ซิ่งยืนตัวตรงราวกับปากกา และเธอก็ส่งเสียงพูดขึ้นมาอีกครั้ง

สีหน้าของจ้าวหมิงจูเปลี่ยนเป็นลำบากใจ เธอพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมและเย็นชาว่า " ชุยเสี่ยวซิน นั่งลง"

"คุณครูคะ คุณครูต้องขอโทษหลี่มู่หยาง" ชุยเสี่ยวซินไม่ยอม เธอพูดว่า " การขัดแย้งครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับหลี่มู่หยาง เขาเองก็เป็นผู้ถูกกระทำ"

จ้าวหมิงจูมองชุยเสี่ยวซินด้วยสายตาสงสัย และเธอก็หันไปมองหลี่มู่หยาง และพูดด้วยสีหน้าท่าทางปวดใจว่า " ชุยเสี่ยวซิน ทำไมหนูถึงช่วยพูดให้คนอย่างหลี่มู่หยาง?"

"คุณครูคะ หนูไม่ได้ช่วยใครพูด หนูก็แค่พูดในสิ่งที่หนูควรจะพูด............." สีหน้าของชุยเสี่ยวซินย็นชา ไม่ได้กดดันเพราะความโกรธของจ้าวหมิงจู เธอพูดว่า " หนูก็แค่พูดในสิ่งที่หนูเห็น สิ่งที่หนูเห็นด้วยสายตาตัวเอง"

ชุยเสี่ยวซินกวาดสายตาไปทั่วห้อง ทุกคนที่สบตากับเธอต่างก็ก้ทหัวลงด้วยความรู้สึกอาย

"พวกเขาไม่กล้าพูด ยังไงก็ต้องมีซักคนที่ลุกขึ้นมาพูด ไม่งั้นไม่ว่าจะขาวหรือดำก็ไม่มีทางได้รู้คำตอบ เรื่องนี้เริ่มจากจางเฉินเดินมาทุบโต๊ะของหลี่มู่หยาง รบกวนการพักผ่อนของเพื่อนๆทั้งห้อง หลี่มู่หยางไม่ได้ทำอะไรจางเฉินเลย ส่วนเรื่องที่ทำไมจางเฉินร้องไห้ งั้นคุณครูคงต้องถามจางเฉินเอง"

จ้าวหมิงจูมองชุยเสี่ยวซินด้วยสายตาแวววาวและพูดขึ้นว่า " ชุยเสี่ยวซิน หนูเป็นอะไรกับหลี่มู่หยาง?"

"พวกเราเป็นเพื่อนร่วมห้องกันค่ะ"

"ชุยเสี่ยวซิน หนูต้องระวังผลกระทบนะ" จ้าวหมิงจูพูดด้วยสายตาครุ่นคิด "ตั้งแต่กลับมาจากทะเลสาบมีคนมาบอกฉันว่าหนูกับหลี่มู่หยางมีความสัมพันธ์สนิทสนมกัน ตอนนั้นฉันเองก็ยังไม่เชื่อ ชุยเสี่ยวซิน หลี่มู่หยางเป็นคนยินยอมที่จะล้าหลังไม่แสวงหาความก้าวหน้า ดูจากสภาพการเรียนของเขาในตอนนี้ เขาอาจจะสอบมหาวิทยาลัยไหนไม่ติดเลยซักที่ หนูไม่เหมือนกับเขา หนูต้องการจะไปเรียนที่มหาวิทยาลัยซีเฟิง มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศ.............และเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ ยิ่งไม่ควรผ่อนคลายแม้แต่น้อย นักเรียนคนอื่นๅก็เหมือนกัน"

จ้าวหมิงจูสะบัดมือและพูดว่า " ชุยเสี่ยวซิน นั่งลงเถอะ จางเฉิน กลับไปนั่งที่ของตัวเอง หลี่มู่หยาง ออกไปยืนทำโทษหน้าประตูห้องเรียน"

"คุณครูจ้าว................." ชุยเสี่ยวซินยังอยากที่จะ่วยพูดอธิบาย

"ชุยเสี่ยวซิน " หลี่มู่หยางส่งเสียงห้าม เขาฉีกยิ้ม และทำสีหน้าท่าทางเหมือนไม่สนใจ พร้อมพูดว่า " ไม่เป็นไร อยู่ข้างนอกฉันก็นอนได้ เริ่มเรียนแล้ว ฉันไม่รบกวนเวลาที่มีค่าของเพื่อนๆดีกว่า ขอให้ทุกคนโชคดี"

พูดจบ หลี่มู่หยางก็เดินออกจากห้องเรียน

หลี่มู่หยางเป็นคนแบบนี้ เขาไม่อยากให้พ่อแม่เสียใจ เป็นห่วงและเสี่ยงอันตราย ดังนั้นเขาก็เลยไม่เคยบอกกับพ่อแม่ว่าเขาถูกรังแก

เขาไม่อยากให้ชุยเสี่ยวซินต้องมีปัญหากับจ้าวหมิงจูเพราะว่าช่วยเขา ดังนั้นเขาก็เลยแลก้งทำเป็นไม่สนใจกับเรื่องนี้

เขาก็เป็นแค่กองโคลน แล้วเขาจะไปส่งผลกระทบต่ออนาคตของคนอื่นๆได้อย่างไรกัน?

เมื่อเห็นหลี่มู่หยางส่งยิ้มให้ตัวเอง เห็นแผ่นหลังของเขาเดินออกไปภายใต้สายตาของคนทั้งห้อง จู่ๆชุยเสี่ยวซินก็รู้สึกไม่ดี

เรื่องราวมั้งหมดตั้งแต่เริ่มจนจบไม่เกี่ยวอะไรกับเธอเลย แต่เธอกลับรู้สึกผิดอย่างมาก

เธอกัดริมฝีปาก ชุยเสี่ยวซินผลักเก้าอี้และวิ่งออกไปข้างนอก

"ชุยเสี่ยวซิน หนูจะทำอะไร?" จ้าหมิงจูตะโกนมาจากด้านหลัง

"หนูไปติวบทเรียนให้กับหลี่มู่หยางค่ะ" เสียงของชุยเสี่ยวซินลอยมาจากไกลๆ

..............................

...............................

ที่ร้านกาแฟ ชุยเสี่ยวซินสั่งลาเต้หนึ่งแก้ว หลี่มู่ยังไม่ได้ดูเมนู เขาพูดกับพนักงานว่า " เอาลาเต้ด้วยหนึ่งแก้วครับ"

หลังจากนั้น เอาเอามือสองข้างวางไขว้กันบนโต๊ะ และมองชุยเสี่ยวซินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาเปล่งประกาย

จนถึงตอนนี้ หลี่มู่หยางยังคงไม่เชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

นักเรียนผิวดำเหมือนถ่านที่โง่เหมือนหมูและชุยเสี่ยวซินนักเรียนหญิงที่เป็นนางฟ้าของโรงเรียนมัธยมฟู่ซิ่งกำลังนั่งดื่มกาแฟด้วยกัน นี่เป็นความฝันที่ไม่กล้าสัมผัสจริงๆ

หลี่มู่หยางมองชุยเสี่ยวซิน และถามว่า "เธอจะช่วยฉันทบทวนบทเรียนจริงหรอ?"

ชุยเสี่ยวซินยักคิ้ว มองหลี่มู่หยางและถามว่า "ถ้าคนเราไม่รู้จักรักตัวเอง แล้วจะหวังให้คนอื่นมารักเราได้ยังไง? ถ้าคนเราไม่เคารพตัวเองแล้วจะหวังให้คนอื่นมาเคารพเราได้อย่างไร? ฉันรู้นายไม่โง่ ตั้งแต่วันนั้นที่เราได้คุยกัน ฉันรู้นายฉลาดมาก ........เพียงแค่นายต้องขยันมากกว่านี้หน่อย อย่านอนหลับตอนเรียนหนังสือ คะแนนของนายก็จะไม่เป็นแบบนี้ คุณครูก็จะไม่อคติกับนาย เพื่อนๆก็จะได้ไม่รู้สึกว่านายดึงพวกเขาถอยหลัง..........."

หลี่มู่หยางมองชุยเสี่ยวซินและถามว่า "เธอไม่โทษฉันหรอที่ฉันดึงให้ห้องเราถอยหลัง?"

"เคยโทษ" ชุยเสี่ยวซินพูดอย่างไม่ลังเลว่า "มีหลายๆครั้งที่ห้องของเราจะได้เป็นห้องที่อยู่อันดับหนึ่งในระดับชั้น แต่คพแนนของนายอยู่อันดับท้ายมากๆ............ไม่งั้นล่ะก็ คุณครูจ้าวก็คงไม่โกรธมากขนาดนี้"

"................"

"นายไม่คิดหรอว่า เป็นผู้ชายที่มีมือมีเท้าครบ อีกทั้งยังเป็นวัยรุ่นอยู่ ...........เอาแต่นอนหลับทั้งวัน มันเป็นเรื่องที่ไม่มีความรับผิดชอบเอาซะเลย?"

ถึงแม้ชุยเสี่ยวซินกำลังตำหนิหลี่มู่หยางอยู่ เขากำลังถูกต่อว่าว่าไม่มีความก้าวหน้า แต่หลี่มู่หยางในตอนนี้กลับรู้สึกมีความสุขมาก เขามองเห็นความห่วงใยจากสายตาของชุยเสี่ยวซิน มองเห็นความกังวล มองเห็นความหวังที่ลุกโชติช่วง

เป็นสายตาที่เขาเห็นจากพ่อแม่ของเขามานับครั้งไม่ถ้วน และก็เคยเห็นสายตาแบบนี้ในดวงตาของหลี่ซือเหนียนน้องสาวของเขาด้วย

ในตอนนี้ เขาเห็นสายตาแบบนี้ในดวงตาของผู้หญิงที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาเลย

"ฉันถูกฟ้าผ่า" หลี่มู่หยางพูดออกมา

เขาตัดสินใจบอกเรื่องราวความเป็นมาของตัวเองต่อชุยเสี่ยวซิน ถึงแม้พูดออกมาแล้วจะทำให้เขารู้สึกอับอายขายหน้า และอาจจะทำให้คนที่ฟังรู้สึกตลกก็ตาม

ชุยเสี่ยวซินตกตะลึง ใบหน้าสีขาวกลายเป็นสีแดง และเปลี่ยนเป็นสีม่วง สายตาของเธอเต็มไปด้วยความผิดหวัง เธอพูดด้วยความโกรธว่า " หลี่มู่หยาง นายนี่ไม่มีทางจะช่วยได้แล้วจริงๆ"

พูดจบ เธอก็เตรียมที่จะลุกขึ้น

เธอโกรธมากจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้นก็คือผิดหวัง ตอนที่เธอวิ่งตามเขาออกมาเธอรู้สึกลังเล แต่ตอนนี้ความรู้สึกที่เหลืออยู่มันก็คือความเสียใจภายหลัง

การที่เขาถูกไล่ออกจากห้องเรียนมันเกี่ยวอะไรกับตัวเธอด้วย? ทำมต้องเอาตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย?

"ชุยเสี่ยวซิน ชุยเสี่ยวซิน เธอต้องระมัดระวังให้มากกว่านี้หน่อย............"

หลี่มู่หยางลุกลี้ลุกลน เขาไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรผิดหรือทำอะไรผิด

เขาก็แค่อยากจะบอกกับชุยเสี่ยวซินว่าเขาไม่ได้เป็นคนไม่รักความก้าวหน้า และไม่ใช่เขาไม่คิดอยากจะก้าวหน้า เขาไม่ได้อยากจะนอนหลับทั้งวัน ในทางกลับกัน เขาอยากจะเรียนหนังสือมากกว่าใครๆซะอีก อยากจะขยันมากกว่าทุกๆคน

เพียงแต่ เพียงแต่เขาโดนฟ้าผ่า...................

นอกจากหลี่ซือเหนียนที่เป็นน้องสาวของเขาแล้ว เขาก็ไม่เคยมีประสบการณ์ไปมาหาสู่กับผู้หญิงที่อายุเท่ากันคนไหนอีกเลย ยิ่งไปกว่านั้นเธอเป็นนางฟ้าที่เขาแอบรักอยู่ในใจ

หลี่มู่หยางลุกขึ้นยืนตามเธอด้วย เขาอธิบายว่า " ชุยเสี่ยวซิน เธออย่าเพิ่งเข้าใจผิด..........ฉันไม่ได้ว่าเธอเป็นฟ้าผ่า"

".................."

"ไม่ใช่ ฉันหมายถึงว่าฉันไม่ได้บอกว่าคำพูดของเธอคือฟ้าผ่า........."

"......................."

หลี่มู่หยางยิ่งร้อนรน ยิ่งพูดอธิบายทำให้ชุยเสี่ยวซินยิ่งโกรธ

ชุยเสี่ยวซินโกรธมากขึ้น หลี่มู่หยางก็ยิ่งร้อนรนมากขึ้น

ชุยเสี่ยวซินเดินไปถึงหน้าประตู เธอยื่นมือออกไปจับราวประตูกระจก

เพียงแค่เธอผลักประตูกระจกนั้นออกไป หลี่มู่หยางก็จะไม่มีอะไรยุ่งเกี่ยวกับเธออีก

ก็เหมือนกับที่เธอเคยพูดก่อนหน้านี้

หลี่มู่หยางทนไม่ได้ เพราะเธอคือคนแรก และเป็นผู้หญิงเพศตรงข้ามคนเดียวที่เป็นห่วงเขา

ป็นความเป็นห่วงที่ไม่เหมือนกับหลี่ซือเหนียนน้องสาวของเขา

น้องสาวเป็นญาติ แต่ชุยเสี่ยวซินเป็น.เพื่อน

หลี่มู่หยางมีความปราถนาอยากจะมีความสัมพันธ์แบบนี้ เพราะตั้งแต่เด็กจนโตเขาไม่เคยมีเพื่อนมาก่อนเลย

ลำคอของหลี่มู่หยางสั่น หายใจหอบ แม้เพียงคำพูดแค่ไม่กี่คำเท่านั้น เพราะความรุนแรงของอารมณ์ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้า

เขามองตาของชุยเสี่ยวซิน เสียงแหบๆที่แฝงด้วยความเขินอาย เขาพูดติดๆขัดๆว่า " เมื่อกี้ฉันลืมบอกไป ...........เธอรวบผมม้าดูสวยมากเลย"


ข้อห้าม
คุณสามารถใช้ปุ่มลูกศรซ้าย/ขวาเพื่อถอยหลัง/ไปข้างหน้า
ประเมิน: 10.0/10 จาก 48 โพล
loading...