Hello!! My Cinderella นางซินหน้าใสขอเขย่าหัวใจคุณชายเพลย์บอย

Chapter 66 : ฉันโชคดีที่มีคุณ

‘คุณคงชอบทำบุญสินะครับ เห็นมาทุกอาทิตย์เลย...ผมเป็นเด็กวัดที่นี่ เห็นคุณบ่อยก็เลยมาทักน่ะ...ผมเพิ่งมาอยู่ได้ไม่นานน่ะ เรียกผมว่าแทนก็ได้นะ...งั้นเด็กกำพร้าสองคนก็เป็นเพื่อนกันได้น่ะสิ...’

ฉันยังจำครั้งแรกที่ฉันเจอแทนได้ รอยยิ้มจริงใจของเขาคนนั้นยังคงติดตรึงใจฉันเสมอ มิตรภาพระหว่างเราฉันรู้สึกได้...

‘ไงครับมะลิ เจอกันอีกแล้วนะ...บังเอิญจังเลย...ผมว่าสร้อยข้อมือนี่น่ารักดีนะ เหมาะกับมะลิดี ถือซะว่าเป็นการเริ่มมิตรภาพใหม่ของเรา...ถ้ามะลิไม่เห็นผมเป็นเพื่อนมะลิจะไม่รับมันก็ได้’

มิตรภาพดี ๆ ระหว่างเด็กกำพร้าสองคน...มันช่างแตกต่างจากความโหดร้ายของผู้ชายคนเดียวกันที่ฉันเพิ่งเจอกับตัว...

‘ถ้าผมไม่รักมะลิผมคงไม่เสียใจตอนรู้ว่ามะลิเป็นของไอ้ดีแซมหรอก เป็นของผมนะมะลิ ผมสาบานว่าจะไม่ทำให้มะลิเสียใจ’

ผู้ชายที่ฉันให้โอกาสเขาสร้างความเชื่อใจอีกครั้งกลับมาทำร้ายฉันได้อย่างเจ็บปวด ไม่ว่ายังไง ‘คุณแซนแทน’ กับ ‘แทน’ ก็คือคนละคนอยู่ดี

แทนเพื่อนฉันตายไปจากโลกใบนี้นานแล้วล่ะ...

“มะลิ”

ใครบางคนเรียกฉันพร้อมกับแตะไหล่ฉันเบาๆ แต่ฉันกลับสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ หรืออาจจะเป็นเพราะความหวาดกลัวกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นจึงทำให้ฉัน...จิตตก

“คะ?” ฉันหันไปหาคุณดีแซมที่เดินเข้ามาทิ้งตัวนั่งลงข้างเตียงข้างๆกัน

หลังจากที่คุณดีแซมพาเพื่อนบุกไปช่วยฉัน เขาก็พาฉันมาพักที่คอนโด เขาไม่ได้พาฉันกลับบ้านเนื่องจากบ้านฉันค่อนข้างไกลจากคอนโดคุณแซนแทนมาก พอมาถึงที่นี่ฉันรีบจัดการตัวเองทันที ฉันอยากจะเอารอยแดงตามตัวที่เกิดจากผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเพื่อนฝากเอาไว้ออกไปจากตัวให้หมด...แต่มันคงเป็นไปไม่ได้

ยิ่งเห็นรอยพวกนี้ยิ่งตอกย้ำความอดสูของฉันให้รู้สึกแย่เข้าไปทุกที...

อย่างที่รู้ว่าฉันเก็บข้าวของส่วนตัวของตัวเองกลับบ้านไปจนหมดแล้ว ที่นี่จึงไม่เหลือชุดให้ฉันใส่เลย ชุดของจัสมินก็มีแต่ชุดเซ็กซี่พร้อมออกไปล่อเสือล่อตะเข้ข้างนอก จะมีก็แต่ชุดชั้นในที่ฉันใส่ได้ คุณดีแซมเลยเอาเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาให้ฉันสวมน่ะ เขาตัวใหญ่กว่าฉันมาก เสื้อเลยยาวคลุมขาอ่อนฉันมานิดหน่อย

“ทำไมยังไม่นอนอีกล่ะ” คุณดีแซมถาม น้ำเสียงของเขาต่างไปจากทุกที เสียงของเขาทำไมฟังแล้วฉันรู้สึกอุ่นใจ

“ฉันนอนไม่หลับน่ะค่ะ” ฉันยิ้มให้คุณดีแซมน้อย ๆ ตอนนี้ฉันรู้สึกติดหนี้บุญคุณเขายังไงไม่รู้สิ

“ยังคิดมากเรื่องนั้นอยู่อีกเหรอ ถ้าเธอไม่สบายใจฉันกลับไปเอาเรื่องน้ำใสกับไอ้แซนแทน...”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ” ฉันขัดคำพูดคุณดีแซมไว้แค่นั้นเพราะรู้ว่าเขาจะพูดอะไร

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณดีแซมบอกว่าจะไปเอาเรื่องสองคนนั้นเพื่อให้ฉันสบายใจ เขาพยายามพูดกล่อมฉันตั้งแต่เรานั่งทานข้าวด้วยกันแล้ว ถ้าเขาไปเอาเรื่องสองคนนั้นจริงฉันคงไม่สบายใจมากกว่าที่เป็นอยู่...

“คุณดีแซมก็รู้ว่าคุณแซนแทนเป็นลูกคนดัง การที่ฉันไปเอาเรื่องเขาจนถึงโรงขึ้นศาลต้องเป็นข่าวแน่ สมัยนี้ข่าวแพร่ไวยิ่งกว่าอะไร และไม่แน่ว่าข่าวอาจจะสาวมาถึงตัวฉันด้วย นั่นไม่ยิ่งแย่ไปกว่ากันเหรอคะ ฉันไม่อยากรู้สึกสมเพชตัวเองไปมากกว่าที่เป็นอยู่อีกแล้ว” ฉันก้มหน้าลงมองขาตัวเอง ไม่กล้าสบตาคนข้าง ๆ ตอกย้ำตัวเองว่าร่างกายฉันมันสกปรกเพียงใด

คุณดีแซมเงียบ เขาจนด้วยเหตุผลของฉัน...

“แล้วเธอจะปล่อยให้เรื่องมันคาราคาซังแบบนี้น่ะเหรอ?”

“ฉันว่าพวกเขาคงไม่มาอะไรกับฉันแล้วล่ะ คุณแทบจะฆ่าคุณแซนแทนแล้วนะคะ ส่วนน้ำใสน่ะ เธอคงจะเจ็บไม่น้อยที่คุณพูดแบบนั้นออกไป”

ถ้าฉันเป็นน้ำใสฉันคงไม่กล้ามองหน้าคุณดีแซมอีกตลอดชีวิตนั่นแหละ เขาน่ะเวลาโมโหจะปากร้ายเป็นพิเศษเลยล่ะ ฉันว่าตอนนี้น้ำใสคงเจ็บหนักไม่ใช่เล่นเลย

“แค่นั้นมันยังน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่ยัยนั่นทำกับเธอนะมะลิ” คุณดีแซมฉุนจัด

“ยังไงฉันต้องขอบคุณคุณดีแซมมากเลยนะคะที่ไปช่วยฉันวันนี้” ฉันหันกลับไปสบตาคนข้างกายอีกครั้ง ยิ้มให้เขาจากใจจริง

“ถ้าจะขอบคุณฉันก็ไปขอบคุณพวกนั้นดีกว่าที่ไปช่วยเธอด้วยน่ะ เพื่อนฉันมันยอมทิ้งสอบสำคัญตามฉันไปช่วยเธอ ถ้าไม่ได้น้ำว้าวันนี้ก็คงแย่เหมือนกันเพราะยัยนั่นเจอเธอที่คอนโดนั้นแล้วไปรายงานฉัน อ้อ กล้วยเจ๋งอีกคน ถ้าหมอนั่นไม่ใช้หน้าหล่อ ๆ ของมันเป็นประโยชน์ ก็คงจะล่อเอากุญแจห้องจากโอเปอร์เรเตอร์พวกนั้นไม่ได้ ฉันไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ” คุณดีแซมคิดหนัก ใบหน้าหล่อคมสลดลงถนัดตา

ได้ยินแบบนี้แล้วฉันรู้สึกซึ้งน้ำใจทุกคนมาก อย่างที่คุณดีแซมว่า ถ้าไม่ได้พวกเขาฉันคง...

“เจ็บมากมั้ยคะ” เอื้อมมือไปจับมือคุณดีแซมทั้งสองข้างเบา ๆ สองมือเขาแดงช้ำจากการชกหน้าคุณแซนแทนไม่ยั้ง

คุณดีแซมกระชับมือเขาจับมือฉันแน่น เขาส่ายหน้าเป็นคำตอบให้ฉันพร้อมกับยิ้มนิด ๆ...

“อย่าพูดถึงเรื่องนั้นเลย มันผ่านมาแล้ว เธอนอนพักดีกว่า เธอเนี่ยน้า ข้าวก็ไม่ยอมกิน” คุณดีแซมส่ายหน้าเอือมระอา

ฉันเพิ่งผ่านเหตุการณ์ร้าย ๆ มาฉันคงนั่งทานข้าวไม่ลงหรอก คุณดีแซมเห็นฉันเอาแต่นั่งเขี่ยข้าวไปมาเลยไล่ให้ฉันมานอน เขาจะเป็นคนจัดการเคลียร์กับข้าวที่ซื้อมาเอง ฉันนอนไม่หลับ...ในหัวมีแต่ภาพเหตุการณ์เลวร้ายฉายซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด ฉันกลัวว่าถ้าหลับตาลงแล้วเรื่องที่คุณดีแซมไปช่วยฉันจะกลายเป็นแค่ฝัน พอตื่นขึ้นมาเหตุการณ์ร้าย ๆ นั่นจะกลับกลายมาเป็นเรื่องจริง

ฉันส่ายหน้านิด ๆ เพื่อบอกร่างสูงข้างกายว่าฉันไม่สามารถข่มตานอนในเวลานี้ได้จริง ๆ...

“ฉันรู้ว่าเธอรู้สึกแย่แค่ไหน ฉันอยู่นี่แล้ว ฉันอยู่ข้างเธอ ไม่มีใครทำอะไรเธอได้หรอก” คุณดีแซมบอก เสียงทุ้มนุ่มหูฟังดูอบอุ่น เขาทำให้ฉันรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาก ฉันไม่ปฏิเสธว่าตัวเองรู้สึกดีแค่ไหนที่คุณดีแซมบอกว่า...เขาอยู่ข้าง ๆ ฉัน และจะไม่มีใครทำอะไรฉันได้

ฉันค่อย ๆ ล้มตัวนอนตามที่คุณดีแซมบอก พอเห็นอย่างนั้นเขาจึงล้มตัวนอนข้าง ๆ กัน ร่างสูงดึงผ้าห่มมาคลุมตัวเราทั้งสองคนไว้ก่อนที่เขาจะดึงฉันไปกอดไว้หลวม ๆ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดใบหน้า...อัตราการสูบฉีดเลือดสูงลิบจนหัวใจเต้นแรงและเร็วอย่างบ้าคลั่ง

เป็นครั้งแรกที่ฉันไม่คิดจะผลักเจ้าของอ้อมกอดนี้ออกห่าง...

“ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วตั้งแต่เกิดเรื่องต่าง ๆ มากมายในชีวิตเราที่ฉันไม่ได้นอนกอดเธออย่างนี้” ดวงตาคมสีฟ้าน้ำทะเลสวยสบมา นัยน์ตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มฉายชัดขึ้นทุกวินาที

“...” ฉันเงียบ ตั้งใจฟังสิ่งที่คนตรงหน้าจะพูด ฉันรู้ว่าเขามีเรื่องมากมายอยากจะพูด

“เธอรู้มั้ยว่าฉันคิดถึงเธอแทบบ้าแค่ไหน อยู่กับคนอื่นฉันก็คิดถึงแต่เธอ เธอเป็นแม่มดหรือไงถึงทำให้ฉันคลั่งได้ขนาดนี้ ฮ่าๆๆ” คุณดีแซมหัวเราะเบา ๆ และเขาก็ทำให้ฉันอดหัวเราะตามเขาด้วยไม่ได้

“ฉันไม่ใช่แม่มดซะหน่อย”

“ตั้งแต่เรารู้จักกัน ฉันก็ทำนิสัยไม่ดีกับเธอหลายอย่างและแทบไม่ได้พูดขอโทษเธอเลย มีแต่เธอทั้งนั้นที่พูดขอโทษฉันตลอดทั้ง ๆ ที่ควรจะเป็นฉันที่ต้องพูดมัน”

“...”

“ฉันขอโทษนะมะลิสำหรับทุกสิ่งที่ฉันทำให้เธอเสียใจ”

รู้มั้ยว่าแค่ประโยคนี้ของคุณดีแซมก็ทำให้ฉันเผลอยิ้มออกมาได้ง่าย ๆ เลย...

“...”

“ส่วนเรื่องน้ำใสน่ะ ฉันเป็นต้นเหตุทำให้เกิดเรื่องไม่ดีกับเธอทั้งหมด ฉันเหมือนคนไม่มีทางไป จะเดินหน้าก็มีแต่เหว จะถอยหลังก็ไม่ต่างกัน ฉันไม่คิดว่าทางเลือกที่ฉันคิดว่าน่าจะเป็นทางแก้ปัญหาได้ดีที่สุดกลับไม่ใช่”

“...”

“การที่เราห่างกันทำให้มีช่องว่างให้คนอื่นเข้ามาใกล้เธอ เธอรู้มั้ยมะลิว่านั่นคือสิ่งที่ฉันเกลียดที่สุด ฉันไม่ชอบให้ผู้ชายคนอื่นมายุ่งกับเธอ นั่นแหละคือเหตุผลว่าทำไมฉันถึงโกรธเธอเรื่องไอ้แทนนัก”

หัวใจฉันเต้นระรัวยิ่งขึ้นกว่าเดิม ประโยคนี้ของคุณดีแซมกำลังแฝงบางสิ่งบางอย่าง

“...”

“ทุกครั้งที่อยู่กับน้ำใสมันเป็นอะไรที่เลวร้ายที่สุด บางครั้งฉันก็คิดนะว่าน้ำใสก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร นั่นเป็นเพราะฉันไม่ได้ไปยุ่งกับเธอ พอฉันเข้าใกล้เธอเมื่อไหร่เธอต้องเจ็บตัวทุกครั้งไป ครั้งสุดท้ายที่ฉันเจอน้ำใสคือตอนที่ฉันไปขอร้องยัยนั่นให้ปล่อยเราไป ฉันยอมทิ้งศักดิ์ศรีตัวเองเพื่อเธอ”

“คุณดีแซม...” ฉันจ้องหน้าคุณดีแซมอย่างคาดไม่ถึง คนรักศักดิ์ศรีอย่างเขายอมทิ้งศักดิ์ศรีตัวเองเพื่อฉันอยางนั้นเหรอ?!!

“นั่นไม่สำคัญหรอก สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับฉันคือเธอต่างหากมะลิ...” คุณดีแซมเลื่อมมือที่กอดฉันอยู่ขึ้นมาลูบแก้มฉันเบา ๆ “เธอคือสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตฉัน เธอมีค่ามากกว่าชีวิตฉันเป็นร้อยเท่านะมะลิ”

“...!!” ฉันไม่คิดเลยว่าฉันจะได้ยินประโยคนี้จากคนที่ฉันรักมาตลอด ดวงตาคมที่สบตาฉันไม่ละไปไหนแม้แต่วินาทีเดียวยิ่งย้ำชัดในความรู้สึก

“ฉันให้น้ำใสย้ายไปอยู่คอนโดเก่าฉัน ตั้งแต่เจอกันครั้งสุดท้ายที่นั่นฉันก็ไม่เจอน้ำใสอีกเลย ฉันไม่ได้ไปหายัยนั่นที่คอนโดเพราะฉันคิดว่าน้ำใสคงจะปล่อยเราไปจริง ๆ แต่ไม่คิดว่ายัยนั่นกำลังมีแผนร้าย”

“...”

“ฉันน่าจะเอะใจว่าน้ำใสกับไอ้แซนแทนน่าจะรู้จักกัน เพราะที่งานนั่นน่ะยัยนั่นบังคับฉันไปงานนั้นด้วย น้ำใสบอกว่าเป็นงานของเพื่อนแม่ ที่จริงแล้วแม่ของไอ้แซนแทนคือป้าของน้ำใส”

“...”

“วินาทีที่ฉันเห็นไอ้ระยำแทนมันทำสิ่งที่เลวร้ายที่สุดกับเธอฉันอยากจะฆ่ามันให้รู้แล้วรู้รอด” มือหนาเลื่อนลงมาสัมผัสลำคอฉันตรงตำแหน่งรอยแดงที่คุณแซนแทนฝากไว้ นัยน์ตาคมทอประกายเศร้าออกมาอย่างชัดเจนเมื่อเขามองรอยแดงบนร่างกายฉัน

“ฉันรู้...” ฉันจับมือคุณดีแซมไว้ ดวงตาคมตวัดกลับมาสบตาฉันอีกรั้ง “อย่าโทษตัวเองเลยนะคะ มันไม่ใช่ความผิดคุณหรอกที่ฉันเจอเรื่องแบบนี้”

“...”

“บางทีฉันก็คิดน้อยใจโชคชะตาตัวเองนะคะที่เกิดมาเจอแต่เรื่องโชคร้าย คุณดีแซมเคยได้ยินมั้ยว่าในโชคร้ายยังมีโชคดี”

“...”

“โชคดีของฉันคือคุณยังไงล่ะคะ” ฉันยิ้มให้คนตรงหน้าจากใจจริง เขาเผยยิ้มออกมาน้อย ๆ คุณดีแซมคงรู้สึกดีขึ้นแล้ว

“ฉันไม่ขอให้เธอให้อภัยกับสิ่งเลว ๆ ที่ฉันทำไป สำหรับผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างฉันที่ทำทุกอย่างเพื่อให้เธอเป็นของฉันโดยไม่นึกถึงความรู้สึกของเธอ แค่ได้เธอมากอดแบบนี้ฉันก็ดีใจจนแทบบ้าแล้วรู้หรือเปล่า”

“รู้ด้วยเหรอว่าตัวเองนิสัยไม่ดี” ฉันแขวะเข้าให้

“ไม่ต้องย้ำหรอกน่า เธอไม่รู้หรอกว่าผู้ชายน่ะ ลองได้รักผู้หญิงคนไหนแล้วก็ไม่อยากปล่อยผู้หญิงคนนั้นไปหรอก”

“O///O!!” ใบหน้าฉันร้อนผะผ่าวขึ้นทันทีที่ได้ยินประโยคหนึ่ง

‘รัก’ อย่างนั้นเหรอ??!!

“ฉันรักเธอนะมะลิ ไม่รู้ตอนไหนที่เธอเข้ามามีอิทธิพลในชีวิตฉัน รู้อีกทีใจทั้งใจฉันก็มีแค่เธอคนเดียว ฉันไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้ฉันจะรักใครได้มากเท่านี้ และคงรักใครไม่ได้อีกแล้ว”

คุณดีแซมพูดประโยคหวานจัดออกมาโดยไม่ทันที่ฉันจะได้ตั้งตัว ดวงแก้มเนียนใสของคนตรงหน้าขึ้นสีระเรื่อนิด ๆ เขาคงจะเขินที่ต้องมาสาระภาพความรู้สึก...ไม่ต่างฉันสักเท่าไหร่ /// ฉันหลบตาคุณดีแซม ก้มหน้าซุกผ้าห่มเพื่อซ่อนหน้าอันร้อนผ่าวของตัวเอง บ้าจริง! ตอนนี้หน้าฉันต้องแดงมากแน่ ๆ เลย

“นอนเถอะค่ะ ดึกแล้ว” ฉันเปลี่ยนเรื่องทันที ฉันเขินมากจนตัวจะระเบิดอยู่แล้ว

คุณดีแซมไม่ได้ถามหรือพูดอะไรไปมากกว่านี้ เขาดึงฉันเข้าไปกอดไว้แน่น ยังผลให้หน้าฉันซุกเข้ากับอกกว้า กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากร่างสูงยิ่งเพิ่มระดับความร้อนบนใบหน้าฉันได้เป็นอย่างดี

ท่ามกลางเสียงเงียบในห้องนอน ยังคงมีเสียงหัวใจสองดวงเต้นพร้อมกันอย่างบ้าคลั่ง...

ทำไมฉันรู้สึกเหมือนทุกอย่างราวกับว่าฉันฝันไป...ถ้าหากมันคือความฝันจริง ๆ ฉันก็ไม่อยากตื่นเลย...

‘ฉันรักเธอนะมะลิ ไม่รู้ตอนไหนที่เธอเข้ามามีอิทธิพลในชีวิตฉัน รู้อีกทีใจทั้งใจฉันก็มีแค่เธอคนเดียว ฉันไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้ฉันจะรักใครได้มากเท่านี้ และคงรักใครไม่ได้อีกแล้ว’

____________________________

วันต่อมา...

ความเย็นของน้ำในสระทำให้ฉันรู้สึกดีมาก สีฟ้าใสจากน้ำในสระดูแล้วสบายตาอย่างบอกไม่ถูก...

วันนี้ฉันไม่มีกระจิตกระใจไปเรียนเลย พอตื่นแล้วก็ไม่เห็นคุณดีแซมคงคิดว่าเขาน่าจะออกไปเรียน ฉันเลยลงมานั่งเล่นตรงขอบสระน้ำน่ะ ฉันรู้สึกดีขึ้นเยอะเลยถ้าเทียบกับเมื่อวาน

ฉันมองมือถือตัวเองในมือ สภาพมันแย่มาก จะเรียกว่าซากคงจะถูกกว่า หน้าจอแตก ปุ่มกดบางตัวก็หลุดออก T^T แต่ยังดีที่ยังสามารถใช้ได้ มือถือเครื่องนี้อยู่กับฉันมาก็ตั้งหลายปี ถ้าพังไปฉันต้องเสียดายและคิดถึงมันมากแน่นอน อ้อ น้ำว้าเป็นคนเก็บมือถือฉันกับกระเป๋ามาให้น่ะ

ฉันแกว่งขาไปมาในน้ำ ปล่อยความรู้สึกแย่ ๆ ลงไปที่เท้า...และสลัดมันทิ้ง

‘ฉันรักเธอนะมะลิ ไม่รู้ตอนไหนที่เธอเข้ามามีอิทธิพลในชีวิตฉัน รู้อีกทีใจทั้งใจฉันก็มีแค่เธอคนเดียว ฉันไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้ฉันจะรักใครได้มากเท่านี้ และคงรักใครไม่ได้อีกแล้ว’

ประโยคหนึ่งของคุณดีแซมแล่นเข้ามาในหัว มันเป็นประโยคที่ทำให้ฉันยิ้มออกมาได้อย่างง่ายดาย ถ้าคนอื่นมาเห็นฉันนั่งยิ้มคนเดียวพวกเขาคงคิดว่าฉันเป็นบ้าไปแล้ว

จ๋มมมม!!~

“เห้ยยย!!” ฉันอุทานดังลั่น เพราะความไม่ระวังฉันจึงทำมือถือตกน้ำน่ะสิ T^T!!

ฉันมองไปรอบ ๆ เผื่อมีใครสามารถช่วยลงไปเก็บมือถือของฉันได้บ้าง แต่บริเวณนี้กลับว่างเปล่า ไร้ซึ่งผู้คน เอาไงดีล่ะทีนี้ ฉันว่ายน้ำไม่เป็นด้วย สระนี้ก็ลึกด้วยสิ

ฉันมองมือถือที่นอนแอ้งแม้งอยู่ใต้สระใกล้กับราวบันไดเหล็ก ถ้าฉันเกาะบันไดนี้ดำน้ำลงไปเอามันคงเอามือถือขึ้นมาได้

คิดได้อย่างนั้นฉันก็เดินลงบันไดลงสระน้ำด้วยความระมัดระวัง สองมือจับราวเหล็กไว้แน่น ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอดก่อนจะดำน้ำลงไป แต่มันกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด ไม่ว่าฉันจะพยายามดำน้ำยังไงตัวฉันมันก็จะลอยขึ้นท่าเดียวเลย หวังจะเอื้อมมือไปคว้าแต่ก็คว้าไม่ถึง น้ำคลอรีนในสระทำให้ฉันแสบตาจนต้องหลับตาแน่นและพยายามคว้าหามือถืออย่างสะเปะสะปะ

ในตอนนั้นเองใครบางคนก็ทำให้ฉันตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเขาคนนั้นกระโดดน้ำลงมาแล้วรั้งตัวฉันขึ้นเหนือน้ำ

“เธอเป็นบ้าไปแล้วหรือไงวะ!!!”คุณดีแซมนั่นเองที่กระโดดน้ำลงมา ทันทีที่ฉันโผล่พ้นเหนือน้ำเขาก็ด่ากราดจนฉันยังตกใจ “อยากตายขนาดนี้เลยหรือไง!!”

คุณดีแซมเขย่าตัวฉันหวังจะเตือนสติ แต่เดี๋ยวก่อนนะ! นี่เขาคิดว่าฉันกำลังจะฆ่าตัวตายเหรอ

“เดี๋ยวค่ะคุณดีแซม...”

“ไอ้แซนแทนทำให้เธอสิ้นหวังขนาดนี้เลยรึไง ทำไมคิดจะทำเรื่องโง่ ๆ แบบนี้ ไม่รักตัวเองก็หัดมองคนที่รักเธอบ้างเซ่!!”

คุณดีแซมไม่ฟังฉันเลย พอด่าเสร็จเขาก็พาฉันขึ้นจากสระก่อนจะเดินตัวปลิวขึ้นคอนโดไปโดยไม่หันกลับมามองฉันอีกเลย เขาคงจะโกรธฉันมากแน่ ๆ

ถุงข้าวต้มร้อน ๆ ตกแตกกระจายอยู่ข้างสระทำให้ฉันรู้ทันทีว่าที่คุณดีแซมหายไปนั่นไม่ใช่เพราะเขาออกไปเรียน แต่เขาออกไปซื้อกับข้าวมาต่างหาก

ฉันมองตามหลังคุณดีแซมไปอย่างอึ้งกิมกี่ พอได้สติแล้วฉันก็พาร่างอันเปียกโชกของตัวเองวิ่งตามคุณดีแซมไป รู้สึกแย่เหมือนกันที่ทำให้เขาโกรธแบบนี้ โชคไม่ดีที่คุณดีแซมดันขึ้นลิฟต์ไปก่อนแล้ว ฉันจึงใช้ลิฟต์อีกตัวตามเขาไป

พอเดินมาถึงห้องฉันก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากในห้องนอนจึงเดินตามเสียงนั้นไป

“คุณดีแซม...” ฉันเรียกร่างสูงเบา ๆ พร้อมกับเดินเข้าไปหาคนกำลังโมโห พอเขาหันมาเห็นฉันดวงตาคมสีสวยกลับเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ

“ยัยบ้า!! ใครใช้ให้เธอเดินขึ้นห้องมาสภาพนี้วะ!!” ไม่ว่าเปล่า ผู้ชายขี้งอนก็สาวเท้าเข้ามาแล้วเอาผ้าขนหนูสีขาวสะอาดในมือเขาคลุมร่างฉันไว้

ฉันก้มมองสภาพตัวเอง เสื้อเชิ้ตสีขาวเปียกแนบลำตัว เห็นได้ชัดเลยว่าฉันใส่ชุดชั้นในสีดำ มันบางอย่างกับฉันใส่ซีทรูแหน่ะ ___ “ก็คุณโกรธฉันเลยตามขึ้นมา” ฉันบอกเสียงอ่อน ไม่กล้าสบตาคนตรงหน้าตรง ๆ ฉันเริ่มกลัวเขาแล้วสิ

“ใช่! ฉันโกรธ! แต่ฉันแค่จะมาเอาผ้าขนหนูไปให้เธอ ตรงสระมันไม่มี แล้วตอนนี้เธอก็ทำให้ฉันโกรธมากด้วย!! ยัยโง่เอ๊ย! เธอไม่หวงตัวเองแต่ฉันหวงนะเว้ย!!”

“คุณโกรธอะไรฉันคะ?” ถึงจะเป็นคำถามโง่ ๆ แต่ฉันอยากรู้จริงๆ จะได้อธิบายให้เขารู้ถูก จะได้ไม่ต้องมาโกรธกันแบบนี้

“ยังจะถามอีกเหรอ”คุณดีแซมสวนกลับ ดวงตาคมสะท้อนความผิดหวังในตัวฉันออกมาให้เห็นจนฉันสะอึก “เธอเสียใจจนอยากตายขนาดนั้นเลยเหรอมะลิ”

“...”

“เธอมีเรื่องอะไรก็บอกฉันมาสิ ระบายมาฉันพร้อมรับฟังและยินดีจะช่วยเธอเสมอ หรือว่าเรื่องนั้นของเราทำให้เธอเกลียดฉันมากจนไม่อยากอยู่ร่วมโลกกันแล้ว”

เดี๋ยวๆๆๆ นี่คุณดีแซมเป็นหนักขนาดนี้เลยเหรอ ทำไมเขาชอบคิดเองเออเองจังเลย เขาไม่ให้จังหวะฉันได้แก้ตัวเลยด้วยซ้ำ

“ถ้าการที่เราเป็นของกันและกันทำให้เธอรู้สึกแย่...”

“เดี๋ยวค่ะ! ฉันแค่จะดำน้ำลงไปเอามือถือเองนะ ฉันไม่ได้คิดจะฆ่าตัวตายซะหน่อย!” ฉันโพล่งขึ้นเสียงดังเพราะคุณดีแซมไม่ยอมฟังอะไรเลย เขานิ่งไปเหมือนได้สติ

“อะ...อะไรนะ ดำน้ำไปเอามือถืองั้นเหรอ?” คุณดีแซมหน้าเหวอ ไม่คิดว่าความจริงจะเป็นอย่างนี้สินะ -_-;;

“ค่ะ คุณเห็นฉันเป็นคนชอบหนีปัญหาขนาดนั้นเลยหรือยังไงคะ -[ ]- เห็นอย่างนี้ฉันก็รักชีวิตนะคะ” ฉันตัดพ้อ จะน้อยใจผู้ชายคนนี้ดีมั้ยเนี่ย

“เอ้า! ใครจะไปรู้ล่ะ ก็เห็นดำผุดดำว่ายอยู่แบบนั้นนึกว่าจมน้ำ” คุณดีแซมว่า หน้าเขาเหมือนเด็กน้อยที่กำลังหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองเลย เห็นแบบนี้แล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

เขาเป็นห่วงฉันใช่มั้ย...

ฉันเอาผ้าขนหนูตัวที่คุณดีแซมเอาคลุมไหล่ให้ออกแล้วเดินเข้าไปหาเขาอีกหนึ่งก้าวก่อนจะใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมอันเปียกโชกของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนจากคนตรงหน้าเป่ารดใบหน้าฉันจนรู้สึกร้อนไปทั้งใบหน้า ฉันสบตาคุณดีแซมแน่นิ่ง รู้สึกทั้งเขินไม่น้อยแต่เหมือนมีบางอย่างในดวงตามีเสน่ห์คู่นี้ที่ทำให้ฉันไม่อาจละสายตาไปจากนัยน์ตาสีไพลินเปล่งประกายนี้ได้...ใบหน้าเราห่างกันไม่ถึงคืบ

“ฉันไม่ทำอะไรโง่ ๆ แบบนั้นหรอกค่ะ ในเมื่อฉันมีคนที่ห่วงฉันอยู่”

“รู้ด้วยเหรอว่ามีคนเป็นห่วง เกิดเธอเป็นอะไรไปฉันจะทำยังไง” คุณดีแซมตวัดแขนขึ้นมากอดเอวฉันไว้หลวม ๆ

“...”

“ฉันเสียคนที่ฉันรักไปไม่ได้หรอก แค่เห็นไอ้เลวแซนแทนมันทำกับเธอก็แทบตายทั้งเป็นเธอรู้หรือเปล่า ฉันไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีก”

“...”

“เธอคือทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน เธอเป็นยิ่งกว่าชีวิต เธอคือโลกทั้งใบ เธอคือคนที่ฉันหาไม่ได้แล้วในโลกใบนี้”

“...”

“ให้โอกาสผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนี้ได้ดูแลเธอได้มั้ยมะลิ ฉันจะเป็นแฟนที่ดีที่สุดของเธอ ฉันจะประคองความรักของเราด้วยความซื่อสัตย์ ฉันจะทำให้เธอเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก”

“คุณดีแซม...”

ความรู้สึกบางอย่างทำให้ฉันขอบตาร้อนผะผ่าว ประโยคที่ออกมาจากใจผู้ชายคนนี้ทำให้ฉันกลายเป็นผู้หญิงขี้แย

“I love you…my Cinderella”


Hello!! My Cinderella นางซินหน้าใสขอเขย่าหัวใจคุณชายเพลย์บอย
คุณสามารถใช้ปุ่มลูกศรซ้าย/ขวาเพื่อถอยหลัง/ไปข้างหน้า
ประเมิน: 10.0/10 จาก 27 โพล
loading...