ฉันเนี่นนะ...เป็นลูกเศรษฐี

บทที่ 11 ยิ่งเข้าใจผิดมากขึ้น

บทที่ 11 ยิ่งเข้าใจผิดมากขึ้น

การกระทำของซ่งหวั่นจูน ทำร้ายหัวใจของหยางเสี่ยวเทียนอย่างลึกล้ำ ดังนั้นเกรงว่าแม้แต่หยางเสี่ยวเทียนจะพูดประโยคหนึ่ง ก็สามารถกลับไปกินหญ้าเก่าอย่างซ่งหวั่นจูนคนนี้ได้ แต่หยางเสี่ยวเทียนก็หมดความสนใจต่อซ่งหวั่นจูนไปแล้ว

เพราะหยางเสี่ยวเทียนรู้ว่า ที่ซ่งหวั่นจูนรักก็คือเงิน ไม่ใช่เขา

ผู้หญิงหน้าเงินประเภทนี้หยางเสี่ยวเทียนไม่เสียดายแล้ว ตอนนี้หยางเสี่ยวเทียนนั้นเป็นเศรษฐีหมื่นล้าน สายตาเดียวก็สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้หญิงหน้าเงินสวยๆ ได้มากมาย แต่ยิ่งเป็นเช่นนี้ หยางเสี่ยวเทียนก็ยิ่งรังเกียจผู้หญิงหน้าเงินพวกนี้

กลับกันหลิ่วเยี่ยนกลับยิ่งดึงดูดความสนใจจากหยางเสี่ยวเทียนมากกว่า

หลิ่วเยี่ยนไม่ได้ดูถูกหยางเสี่ยวเทียนเช่นนี้เพราะความจนของหยางเสี่ยวเทียน และก็ไม่ใช่เพราะว่าการร่ำรวยขึ้นมากะทันหันของหยางเสี่ยวเทียนทำให้เธอปฏิบัติต่อหยางเสี่ยวเทียนแตกต่างออกไป ตลอดมาใช้หัวใจปกติดวงหนึ่งมาปฏิบัติต่อหยางเสี่ยวเทียน นี่ทำให้หยางเสี่ยวเทียนรู้สึกว่าหาได้ยากอย่างยิ่ง

ถ้าหยางเสี่ยวเทียนต้องการหาแฟนสาว แน่นอนว่าจะต้องหาแบบหลิ่วเยี่ยนนี้ สำหรับซ่งหวั่นจูนผู้หญิงหน้าเงิน นั่นคือมีความใฝ่ฝันไกลแค่ไหน ก็ไสหัวไปให้ไกลเท่านั้น

ในเวลานี้เห็นหลิ่วเยี่ยนถูกผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งเข้ามาพัวพัน หยางเสี่ยวเทียนแน่นอนว่าทนต่อไปไม่ไหวแล้ว ผู้หญิงที่ฉันหยางเสี่ยวเทียนคนนี้เห็นความสำคัญ จะให้คนอื่นมาจับจองไปก่อนได้อย่างไร!

หยางเสี่ยวเทียนคำรามเสียงหนึ่ง หลิ่วเยี่ยนและชายในชุดสูทคนนั้นต่างหันมามองทางหยางเสี่ยวเทียน

หลังจากนั้นสายตาที่ทั้งสองคนมองหยางเสี่ยวเทียน ก็คือสายตารังเกียจ

หลิ่วเยี่ยนรังเกียจหยางเสี่ยวเทียน เพราะรู้สึกว่าหยางเสี่ยวเทียนและพวกผู้ชายที่มีเงินแล้วเปลี่ยนเป็นแย่เหล่านั้นเหมือนกัน ถึงกับไปคลับเอเลี่ยน นั่นเป็นสถานที่ที่คนปกติไปกันหรือ? หลิ่วเยี่ยนเดิมทีมีความรู้สึกที่ดีต่อหยางเสี่ยวเทียน รู้สึกว่าหยางเสี่ยวเทียนไม่หยิ่งไม่ลำพอง สุขุมใจกว้าง แต่ว่าตอนนี้ความรู้สึกดีที่หลิ่วเยี่ยนมีต่อหยางเสี่ยวเทียนล้ำลึกแค่ไหน ความรังเกียจก็มีมากเท่านั้น

ล้วนเป็นความเข้าใจผิดน่าตายทั้งนั้นนะ!

สำหรับชายในชุดสูท ก็ถูกลักษณะนิสัยเศรษฐีใหม่ของหยางเสี่ยวเทียนทำให้รังเกียจเข้าแล้ว

ตรงกับคำกล่าวที่ว่า "มีเพียงสามชั่วอายุคนเท่านั้นที่สามารถปลูกฝังความเป็นตระกูลชั้นสูงที่แท้จริงได้" หยางเสี่ยวเทียนคนไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ถึงแม้ว่าปัจจัยสี่ล้วนเป็นไปตามมาตรฐานของเศรษฐีหมื่นล้าน แต่ว่าเสื้อผ้าแบรนด์เนมลักษณะเกรดไฮเอนด์ชั้นสูงนั้น ดึงดันถูกหยางเสี่ยวเทียนสวมใส่ออกมาดูแล้วเป็นเหมือนสินค้าข้างทางราคาถูก กลิ่นอายเศรษฐีใหม่ที่เข้มข้นนั้น ทำให้คนทนมองไม่ได้ถึงที่สุด

"นายเป็นใคร? " ชายในชุดสูทขมวดคิ้วถาม

"ฉันเป็นเป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยและเจ้านายของหลิ่วเยี่ยน นายสามารถเรียกฉันว่าหยางเสี่ยวเทียนได้" หยางเสี่ยวเทียนพูดไป แล้วยังเสริมขึ้นประโยคหนึ่ง "เศรษฐีรุ่นที่สองที่ประสบความสำเร็จช้าคนหนึ่ง"

"เศรษฐีรุ่นที่สองที่ประสบความสำเร็จช้า? " ชายในชุดสูทงุนงงอย่างแท้จริง อดไม่ได้มองไปที่หลิ่วเยี่ยน

หลิ่วเยี่ยนคร้านจะแนะนำหยางเสี่ยวเทียนให้กับชายในชุดสูท เพียงแค่ส่งเสียงเย็นออกมาคำหนึ่ง จากนั้นหันหน้ากลับไป

"ฉันขอเตือนนาย อยู่ให้ห่างจากหลิ่วเยี่ยนหน่อย! " หยางเสี่ยวเทียนยังพูดขึ้นอีก

"ทำไม? " ชายในชุดสูทถามอย่างไม่เข้าใจ

"เพราะว่าหลิ่วเยี่ยนไม่ได้ชอบนายเลยสักนิด ไม่เห็นว่าหลิ่วเยี่ยนทำเสียงเย็นขึ้นจมูกใส่นาย ไม่อยากพัวพันกับนายหรือ? " หยางเสี่ยวเทียนตอบอย่างไม่แยแส "ฉันเห็นนายขับโรลส์รอยซ์ ก็รวยมากนี่ เป็นคนมีความชอบเดียวกับฉัน แต่ว่าหลิ่วเยี่ยนเป็นหญิงสาวที่ดีคนหนึ่ง ที่เธอสนใจนั้นไม่ใช่เงิน ที่เธอสนใจก็คือลักษณะนิสัยปราดเปรื่อง"

หลิ่วเยี่ยนฟังมาถึงตรงนี้ ในใจกำลังคิดว่าหยางเสี่ยวเทียนนั้นเข้าใจฉันมากเลยนะ อดไม่ได้ที่จะดีใจเล็กน้อย ประเดี๋ยวเดียวก็โมโหขึ้นมาอีกครั้ง แอบตอบว่าที่หยางเสี่ยวเทียนพูดแม้จะน่าฟังแค่ไหน ก็เปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่าเขาเป็นผู้ชายเลวคนหนึ่งไม่ได้

ชายสวมชุดสูทเดิมทีคิดจะแสดงตัวตนกับหยางเสี่ยวเทียน ในเวลานี้ได้ฟังน้ำเสียงคำพูดของหยางเสี่ยวเทียนแล้ว ถึงได้ตะลึงว่าหยางเสี่ยวเทียนคิดว่าตนเองเป็นคนที่มาตามจีบหลิ่วเยี่ยน ในใจรู้สึกว่าน่าสนุก ดังนั้นจึงตัดสินใจปกปิดฐานะของตนเอง

"นายก็เป็นคนที่ตามจีบหลิ่วเยี่ยนหรือ? " ชายในชุดสูทถามด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม

"นี่...นับว่าใช่มั้ง! " หยางเสี่ยวเทียนหน้าแดงทันที สุดท้ายก็ยอมรับอย่างไร้ยางอายแล้ว

ชายในชุดสูทก็เอ่ยอีก "แล้วความหมายของนายคือ นายยอดเยี่ยมมาก? "

"แน่นอนสิ" หยางเสี่ยวเทียนตอบอย่างมั่นใจเต็มที่

"งั้นนายมีข้อดีอะไร? " ชายในชุดสูทรู้สึกว่าน่าสนใจ เอ่ยถามหยางเสี่ยวเทียน

หยางเสี่ยวเทียนพูดออกมาโดยไม่ได้ยั้งคิด ว่า "รูปหล่อ สง่าผ่าเผยอย่างยิ่งราวกับต้นอวี้ซู่! "

อุ๊บ! ชายในชุดสูทหัวเราะออกมา

หลิ่วเยี่ยนก็อดไม่อยู่ยิ้มออกมา สุดท้ายเก็บรอยยิ้มกลับไปในทันที

"นายเป็นคนอารมณ์ขันมาก" ชายในชุดสูทเอ่ย "นายยังมีข้อดีอะไรอย่างอื่นไหม? "

"ฉันรวยมาก! " หยางเสี่ยวเทียนตอบ

ชายในชุดสูทยิ้มตอบ "อันนี้ฉันรู้ นายเป็นเศรษฐีรุ่นที่สองที่ประสบความสำเร็จช้านี่นา! "

"เข้าใจก็ดีนายกับหลิ่วเยี่ยนหมดหวัง ไปจากเธอเถอะ! " หยางเสี่ยวเทียนตอบ "ฉันทั้งรูปหล่อทั้งรวย นายจะเอาอะไรมาแข่งกับฉัน? "

ชายในชุดสูทอมยิ้มตอบ "แต่ว่าเมื่อครู่นายก็พูดแล้ว หลิ่วเยี่ยนไม่ได้สนใจเงินสักนิด"

"ฉันยังมีความฉลาดที่น่าตื่นตะลึง! " หยางเสี่ยวเทียนตอบด้วยสีหน้าจริงจัง "จุดนี้เป็นจุดที่หลิ่วเยี่ยนชื่นชมฉันมากที่สุด แต่ก่อนตอนอยู่มหาวิทยาลัย หลิ่วเยี่ยนก็แอบเกิดความรู้สึกดีกับฉันแล้ว พวกเราเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน เก็บความรู้สึกเอาไว้ไม่ได้ เธอมอบหัวใจให้ฉันมานานแล้ว นายไม่มีโอกาสหรอก..."

"หยางเสี่ยวเทียน! " หลิ่วเยี่ยนยิ้มอย่างอันตราย ขัดคำพูดของหยางเสี่ยวเทียน "นายอย่าได้พูดมั่วซั่วจะได้ไหม! นายมันหน้าไม่อายจริงๆ! "

"ตีคือจูบ ด่าคือรัก นายดูสิหลิ่วเยี่ยนด่าฉันว่าหน้าไม่อาย นี่หมายถึงว่าเธอรักฉัน" หยางเสี่ยวเทียนตอบอย่างภาคภูมิใจ "เห็นหรือยัง หลิ่วเยี่ยนไม่สนใจนายหรอก รีบไสหัวไปเถอะ! "

ชายในชุดสูทส่ายหน้าเบาๆ ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง พูดกับหลิ่วเยี่ยนว่า "เธอจะไม่กลับไปกับฉันจริงๆ ใช่ไหม? มีหัวหน้าที่มีพรสวรรค์แบบนี้ ความพยายามของเธอยังจะมีอนาคตอะไรให้พูดถึง? "

"ฉันจะพูดอีกรอบ! " หลิ่วเยี่ยนตอบเสียงดัง "ฉันไม่กลับไป! "

"ก็ดี ติดตามหัวหน้าโง่เง่าคนนี้ เธอก็เตรียมอดอยากได้เลย...." ชายในชุดสูทยิ้มตอบ "แน่นอนว่าเพียงแค่เอาฐานะของเพื่อนนักเรียนมาพูด เพื่อนนักเรียนคนนี้ของเธอ น่าสนใจมากจริงๆ ......"

ชายในชุดสูททางหนึ่งยิ้ม ทางหนึ่งกลับไปนั่งบนโรลส์รอยซ์ จากนั้นก็ขับรถจากไปแล้ว

เดิมทีเขากังวลว่าน้องสาวอยู่ข้างนอกจะทำกิจการอะไรที่ไม่ธรรมดาออกมาจริงๆ ไม่ยินยอมกลับไปสืบทอดทรัพย์สินหลายหมื่นล้านของครอบครัว ตอนนี้เห็นการแสดงออกของหัวหน้าของน้องสาว ก็ตัดสินได้แล้วว่าน้องสาวไม่มีทางทำกิจการอะไรออกมาได้อย่างแน่นอน เพราะการทำกิจการที่สำคัญที่สุดก็คือติดตามหัวหน้าที่ถูกต้องใช้ได้ หัวหน้าอย่างหยางเสี่ยวเทียนในสายตาของชายในชุดสูทคือไม่เป็นโล้เป็นพาย ถึงแม้จะเป็นเศรษฐีรุ่นที่สอง ก็ทำได้เพียงทำให้กิจการที่บ้านตกต่ำเท่านั้น

น้องสาวจะต้องล้มเหลวแน่นอน ถึงเวลานั้น น้องสาวเข้าตาจน ก็ทำได้เพียงถูกบังคับให้กลับบ้านไปสืบทอดทรัพย์สินหลายหมื่นล้านของครอบครัวแล้ว!

โรลส์รอยซ์กระหึ่มจากไป

หยางเสี่ยวเทียนทำหน้าลำพองใจมองหลิ่วเยี่ยน แสดงความดีความชอบว่า "เป็นยังไง ถูกความฉลาดของฉันทำให้ยอมจำนนแล้ว? "

หลิ่วเยี่ยนโมโหตอบ "นายฉลาดที่ตรงไหน? "

หยางเสี่ยวเทียนลำพองใจอย่างมากเอ่ยว่า "แน่นอนว่าคือสวมรอยเป็นแฟนของเธอไล่คนตามจีบที่ไม่รู้ดีชั่วแทนเธอ เธอรู้สึกขอบคุณฉันไหมล่ะ? "

"ฉันรู้สึกขอบคุณนายกับผีน่ะสิ! " หลิ่วเยี่ยนโมโหตอบ "นั่นคือพี่ชายฉัน! "

สีหน้าของหยางเสี่ยวเทียน แข็งค้างทันที

หยางเสี่ยวเทียนเกาหัว หัวเราะเสียงดังอย่างกระอักกระอ่วนตอบว่า "พี่ชายหน้าตาหล่อเหลา พรสวรรค์พรั่งพรู ไม่ธรรมดาจริงๆ ฉันเห็นพี่ชายครั้งแรกราวกับเห็นเพื่อนเก่า วันหลังฉันเชิญเขาไปกินหม้อไฟHaidilao! "

"หยางเสี่ยวเทียน! " หลิ่วเยี่ยนมองหยางเสี่ยวเทียนอย่างจริงจัง "พูดตามตรงในฐานะเพื่อนนายมีเงินแล้วฉันก็ยืนดีมาก แต่ว่านายก็ไม่ควรทำลายหลักการของตัวเอง พอมีเงินแล้วก็ไปสถานที่เริงรมย์ นั่นก็เกินไปแล้ว มนุษย์ที่สำคัญที่สุดก็คือการบังคับใจตนเอง ไม่เช่นนั้นความมั่งคั่งก็อยู่ได้ไม่นานนะ! "

"ยังมีอีก อย่าได้เกิดความคิดอะไรที่เกินเลยกับฉัน ฉันไม่ใช่ซ่งหวั่นจูนผู้หญิงหน้าเงินประเภทนั้น ต่อไปอย่าได้ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของฉัน ขอบใจ! "

หลิ่วเยี่ยนพูดจบ หันหน้าแล้วจากไป

หลิ่วเยี่ยนมือจับหน้าผาก ใจพูดว่าแย่แล้วๆ ความเข้าใจผิดยิ่งมากขึ้นแล้ว!


ฉันเนี่นนะ...เป็นลูกเศรษฐี
คุณสามารถใช้ปุ่มลูกศรซ้าย/ขวาเพื่อถอยหลัง/ไปข้างหน้า
ประเมิน: 10.0/10 จาก 40 โพล
loading...