ฉันเนี่นนะ...เป็นลูกเศรษฐี

บทที่2 หนึ่งร้อยล้าน

บทที่2 หนึ่งพันล้าน

พันฉายกระตุกมุมปาก นี่มันรังแกกันชัดๆไม่ใช่หรอ? รถของฉันราคาเท่าไหร่ รถของเธอราคาเท่าไหร่?

ถ้าหากว่าทุบรถของเธอ บ้านฉันคงจะต้องขายทุกอย่างมาคืนหนี้สินสิ?

เห็นอย่างนี้ เหอเชี่ยนจึงหันหน้าไปมองหยางเสี่ยวเทียน แล้วพูดว่า “ตอนนี้คุณเชื่อรึยังคะ? ขึ้นรถค่ะ”

เชื่อสิ! เธอทุบรถ BMW ของชาวบ้านด้วยสีหน้านิ่งเฉยแบบนั้น ฉันจะไม่เชื่อได้ยังไงกัน

หยางเสี่ยวเทียนไม่รีรออะไรแล้วก็ขึ้นรถ Rolls-Royce

เที่ยงวัน ชั้นบนสุดของอาคารเมถุน

อาคารเมถุนสร้างขึ้นที่ข้างแม่น้ำเย็นเจียง อาคารใหญ่ทั้งสองสูงเหนือเมฆ อยู่เคียงข้างกัน จึงถูกขนานนามว่าอาคารเมถุน และเป็นสิ่งก่อสร้างโดดเด่นของเมืองเย็นจิง

ตอนนี้ หยางเสี่ยวเทียนอยู่ไม่สุขเลยสักนิด

เพราะว่าเมื่อกี้ในเวลาหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา เขาได้รับแจ้งให้สืบทอดมรดกมหาศาลมูลค่าห้าหมื่นล้านของท่านประธานคนก่อนที่ชื่อ หยังจุน

และในตอนนี้ ประตูห้องทำงานถูกเปิดออก ชายหญิงคู่หนึ่งเดินเข้ามา

“สวัสดีครับๆ” หยางเสี่ยวเทียนท่าทางงุนงง แล้วก็พยายามเก็บทุกอารมณ์ลงไป เพื่อให้ตัวเองดูเหมือนสงบที่สุด

“นั่งเถอะ ฉันชื่อ เหอเชี่ยน เป็นคนที่คุณปู่ของเธอสั่งให้มาจัดการเรื่องนี้ ส่วนคนนี้คือ ทนายโจวเหวิน” เหอเชี่ยนอายุประมาณ 20-30 ปี ใส่ชุดทำงาน เสื้อด้านในเก็บหน้าอกอวบอิ่มของเธอไม่มิด

ผมลอนยาวพาดอยู่ตรงแถวหน้าอกพอดี มีเพียงแค่ช่องว่างเล็กน้อยที่เห็นผิวขาว

ขาทั้งสองข้างของเธอเรียวยาว ใบหน้ายิ่งงดงามสะสวยเป็นที่สุด เพียงแต่ว่าใบหน้าไร้อารมณ์

ทั้งๆที่มีรูปร่างที่แซบแท้ๆ แต่กลับมีใบหน้าที่เย็นชา

โจวเหวินลักษณะท่าทางเคร่งขรึม พยักหน้าให้กับหยางเสี่ยวเทียน ถือเป็นการทักทาย

“คุณน่าจะรู้เรื่องแล้ว งั้นฉันก็จะพูดสรุปสั้นๆ” เหอเชี่ยนมองไปที่โจวเหวิน

โจวเหวินก็รู้ทันทีแล้วเอาเอกสารสัญญาสืบทอดมรดกที่มีความหนามากออกมาจากกระเป๋า วางไว้บนโต๊ะ

หยางเสี่ยวเทียนนั่งหลังตรง จ้องมองสัญญาฉบับนั้นที่อยู่บนโต๊ะ ในใจคิดว่า เพียงแค่เซ็นสัญญา ฉันก็จะเป็นเศรษฐีหมื่นล้านแล้ว

ส่วนหยังจุนที่มอบมรดกมหาศาลให้กับหยางเสี่ยวเทียน พูดตามตรงแล้วหยางเสี่ยวเทียนไม่มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับเขาเลยสักนิด

เขาเติบโตที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาตั้งแต่เด็ก แม้แต่ชื่อนามสกุลของพ่อแม่ก็ไม่รู้ แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าตัวเองยังมีคุณปู่?

แต่มรดกมหาศาลที่มาหาถึงที่ เขาไม่สนว่าหยางเสี่ยวเทียนจะเป็นคนรุ่นหลังของหยังจุนหรือไม่ เขาก็ตัดสินใจจะสืบทอดมรดกนี้แล้ว!

“สัญญาฉบับนี้ นายลองดูก่อน ว่ามีอะไรจะเพิ่มเติมอีกมั้ย?” เหอเชี่ยนเลื่อนสัญญาไปตรงหน้าของหยางเสี่ยวเทียน

หยางเสี่ยวเทียนแกล้งทำเป็นสงบนิ่ง แล้วก็เอาสัญญาขึ้นมาดูสักพัก แล้วก็วางสัญญากลับที่เดิม แล้วถามอย่างระมัดระวังว่า “ถ้าฉันเซ็นสัญญาฉบับนี้แล้วก็สามารถสืบทอดมรดกห้าหมื่นล้านของคุณปู่ฉันใช่มั้ย?”

“ใช่” เหอเชี่ยนพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

“งั้นก็ตกลง!ฉันเซ็น!” หยางเสี่ยวเทียนรับปากกาเซ็นชื่อจากมือโจวเหวินมาอย่างอดใจไม่ไหว แล้วเซ็นชื่อตัวเองในสัญญาอย่างคล่องแคล่ว

ห้าหมื่นล้าน! ฉันมาแล้ว!

หยางเสี่ยวเทียนพยายามอดทนไม่ให้ตัวเองหัวเราะออกมา สองมือถือสัญญาไว้แล้วยื่นให้เหอเชี่ยน

เหอเชี่ยนตรวจสอบดูอย่างละเอียดรอบหนึ่ง แล้วยื่นบัตรธนาคารสีดำให้หยางเสี่ยวเทียนใบหนึ่ง “นี่คือบัญชีที่เมถุนกรุ๊ปไปเปิดให้นายโดยเฉพาะ รหัสคือวันเกิดของนาย จำนวนเงินคือหนึ่งพันล้าน”

“สืบทอดมรดกห้าหมื่นล้านไม่ใช่หรอ? ทำไมเหลือแค่หนึ่งพันล้านละ?” หยางเสี่ยวเทียนตกใจ นั่นมันเงิน 49.9 พันล้านเชียวนะ เขารู้สึกเหมือนถูกเฉือนก้อนเนื้อบนร่างกายทิ้ง

โจวเหวินชี้ไปที่ตัวหนังสือในสัญญา แล้วอธิบายว่า “ตามพินัยกรรมของนานท่านหยาง คุณต้องได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการบริหารของบริษัทถึงจะสามารถสืบทอดอีก 49.9 พันล้าน”

“และถ้าอยากได้การยอมรับจากคณะกรรมการบริหารของบริษัท ผมขอแนะนำให้คุณเริ่มจากขั้นพื้นฐานของบริษัทก่อน” โจวเหวินพูดอย่างอ่อนโยน

“ฉันไม่ใช่คนของเมถุนกรุ๊ปสักหน่อย แล้วจะได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการบริหารของเมถุนกรุ๊ปได้ยังไงกัน?” หยางเสี่ยวเทียนบ่น

เหอเชี่ยนอธิบายด้วยความใจเย็น “ตามพินัยกรรมของนายท่านหยาง หลังจากเขาเสียชีวิต นายก็คือท่านประธานคนใหม่ของเมถุนกรุ๊ป”

ท่านประธานของเมถุนกรุ๊ป!

หยางเสี่ยวเทียนตกใจเบิกตากว้าง ฉันก็แค่คนส่งไปรษณีย์ จะมีความสามารถอะไรไปเป็นท่านประธานของเมถุนกรุ๊ปกันละ

“งั้นเอาอย่างนี้ หนึ่งพันล้านนี้ฉันเอาไปใช้ก่อน ส่วนตำแหน่งท่านประธานของบริษัท ฉันดูแล้วเธอก็ไม่เลว เธอก็ช่วยฉันดูแลไปก่อนแล้วกัน”

หยางเสี่ยวเทียนพูดยิ้มๆ

เขาเชื่อว่าในเมื่อคุณปู่เลือกเหอเชี่ยนเป็นคนจัดการเรื่องนี้ แน่นอนว่าต้องคิดถึงเรื่องในตอนนี้ได้อยู่แล้ว ดังนั้นจึงให้เหอเชี่ยนเป็นคนดูแลแทน

“ได้” เหอเชี่ยนพยักหน้า

“ถ้าหากไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ฉันไปก่อนละ” หยางเสี่ยวเทียนหยิบบัตรสีดำบนโต๊ะขึ้นมา

“รอก่อน” เหอเชี่ยนปรบมือ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามา

เธอรูปร่างสูงโปร่ง หน้าอึ๋มหลังงอน ใส่ชุดทางการสีแดง ใบหน้าสวยงาม แพ้เหอเชี่ยนแค่นิดหน่อยเท่านั้น

แต่ลักษณะของทั้งสองคนกลับต่างกันราวฟ้ากับเหว เหอเชี่ยนเหมือนกับภูเขาน้ำแข็ง ส่วนเธอกลับเหมือนลาวาที่แหวกว่ายอยู่ในภูเขาไฟ

โดยเฉพาะสายตาของเธอ หยางเสี่ยวเทียนแค่มองได้ประมาณสิบวินาที ก็รู้สึกเหมือนถูกเธอดึงดูดจิตวิญญาณไป มีเสน่ห์มากเหลือเกิน

“หยางเสี่ยวเทียน คนนี้คือลี่ลี่ ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป เธอเป็นเลขาส่วนตัวของนาย รับผิดชอบบันทึกทุกการใช้จ่ายของนาย! นายมีความต้องการอะไร ก็สามารถบอกกับเธอได้”

“ขอแค่เพียงเป็นเรื่องที่สามารถใช้เงินจัดการได้ เธอก็จะจัดการให้นายได้ทั้งหมด!”

เหอเชี่ยนพูดนิ่งๆ

“สวัสดีค่ะประธานหยาง” สวีลี่ลี่ยิ้ม แล้วก็เดินไปหาหยางเสี่ยวเทียน

อึก!

หยางเสี่ยวเทียนกลืนน้ำลายดังอึก มองดูท่าทางเซ็กซี่ที่มีเสน่ห์ของเธอ รูปร่างที่แซบ ทำให้ผู้คนคิดไปมากมาย

“ช่วยฉันจองโปรแกรมการกินเที่ยวเล่นของระดับเศรษฐีหมื่นล้านหน่อย ทำได้มั้ย?”

เมื่อสงบจิตใจ หยางเสี่ยวเทียนก็พูดประโยคนี้ออกมา

“ไม่มีปัญหาค่ะประธานหยาง”สวีลี่ลี่ตอบด้วยรอยยิ้ม

สวีลี่ลี่รีบไปจัดการ

ส่วนหยางเสี่ยวเทียนก็ออกจากอาคารเมถุนไปคนเดียว!

“เศรษฐีหมื่นล้าน ท่านประธานของเมถุนกรุ๊ป!” หยางเสี่ยวเทียนพึมพำไม่หยุด

ทั้งสองฐานะนี้ ไม่ว่าจะเลือกบอกฐานะไหน ก็สามารถสนั่นเมืองเย็นจิงได้ทั้งนั้น นั่นก็คือฐานะที่สุดยอดมากของทั้งประเทศ

แต่ถ้าสองฐานะนี้ดันมาอยู่รวมที่ตัวหยางเสี่ยวเทียนทั้งนั้น

ซ่งหวั่นจูน เธอเกาะเศรษฐีหลักล้านได้ แต่กลับเสียเศรษฐีหมื่นล้านไป เสียดายมั้ยละ?

มุมปากหยางเสี่ยวเทียนค่อยๆยกยิ้ม ตอนนี้กูเองก็เป็นคนมีเงินแล้ว ก็จะต้องให้คนพวกนั้นที่เคยดูถูกฉันได้เห็นซะบ้าง!

“เลขา จัดการให้หน่อย พรุ่งนี้ฉันจะไปงานเลี้ยงรุ่น!”

โรงแรมระดับห้าดาวของเมืองเย็นจิงนั้นไม่เยอะ แค่เพียงสอบถามนิดหน่อย ก็สามารถรู้ได้แล้วว่างานเลี้ยงรุ่นในวันพรุ่งนี้จัดที่ไหน

“ได้ค่ะประธานหยาง”

คืนวันถัดมา หยางเสี่ยวเทียนไปถึงห้องจัดเลี้ยงชั้นบนสุดของโรงแรมตั้งแต่เช้า

อดีตเพื่อนร่วมชั้นค่อยๆทยอยเข้ามา แต่พวกเขาไม่ได้สังเกตเห็นหยางเสี่ยวเทียนที่ทาถึงแต่เช้าด้วยซ้ำ รวมทั้งไม่มีใครเข้าไปทักทายหยางเสี่ยวเทียน

ยังไงซะก็เรียนจบมาตั้งหลายปีแล้ว แต่คนที่ยังได้เงินเดือนเพียง 3-4 พันหยวนก็มีแค่หยางเสี่ยวเทียนคนเดียวเท่านั้น

เกือบจะทุกคนนั้นแบ่งแยกหยางเสี่ยวเทียนออก รวมทั้งไม่ยินยอมที่จะร่วมโต๊ะกับหยางเสี่ยวเทียน

คนที่เข้ามายิ่งอยู่ยิ่งเยอะ ในห้องโถงค่อยๆครื้นเครงมากขึ้น

หยางเสี่ยวเทียนมองดูอย่างตั้งใจ พันฉายเองก็ถึงแล้ว

คนที่นั่งร่วมโต๊ะกับพันฉาย ส่วนมากก็เป็นคนที่จบมาแล้วหน้าที่การงานดีกว่าคนอื่นๆหรือไม่ก็เป็นคนที่ครอบครัวมีเงินอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว

พันฉายเองก็มองเห็นหยางเสี่ยวเทียนแล้ว อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจเล็กน้อย

“โอ๊ะ นี่มันเศรษฐีหมื่นล้านหยางเสี่ยวเทียนของพวกเราไม่ใช่หรอ?”


ฉันเนี่นนะ...เป็นลูกเศรษฐี
คุณสามารถใช้ปุ่มลูกศรซ้าย/ขวาเพื่อถอยหลัง/ไปข้างหน้า
ประเมิน: 10.0/10 จาก 40 โพล
loading...