ฉันเนี่นนะ...เป็นลูกเศรษฐี

บทที่ 31 ซื้อกิจการแบบไม่เป็นมิตร

บทที่ 31 ซื้อกิจการแบบไม่เป็นมิตร

หยางเสี่ยวเทียนโทรหาหลิ่วเยี่ยน

“หลิ่วเยี่ยน” หยางเสี่ยวเทียนถามอย่างตรงไปตรงมา “เจ้าคังเจี้ยนเฟยอะไรนั่นยังมาคุกคามคุณไม่เลิกใช่ไหม?”

“อ่า... ใช่ ฉันชินเสียแล้วล่ะ ทำไมบนโลกใบนี้ถึงมีผู้ชายแบบนั้นได้นะ...” หลิ่วเยี่ยนระบายความทุกข์ออกมาให้หยางเสี่ยวเทียนฟังเสียยกใหญ่ “ตอนนี้จะทำอย่างไรได้ ตอนนี้เขาเหมือนครีมเถื่อนกวนมือที่ติดอยู่บนตัวฉัน! พอหน้าฉันพังแล้ว ถึงตอนนั้นเขาก็ไม่มีคู่แข่งแล้วไง!”

หากต้นไม้ไม่มีเปลือกไม้ก็จะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย หากคนหน้าด้านนั้นไซร้ ใต้หล้านี้ไร้ศัตรูคู่แข่ง!

นี่เป็นสังคมที่ปกครองด้วยกฎหมาย สำหรับคนหน้าด้านหน้าทนแล้วทุกคนย่อมหมดหนทางเป็นธรรมดา

ถึงแม้ว่าหยางเสี่ยวเทียนจะร่ำรวยกว่าคังเจี้ยนเฟยมาก แต่นี่ไม่ใช่โลกแฟนตาซีที่หยางเสี่ยวเทียนมีศักยภาพที่แข็งแกร่ง สามารถชี้เป็นชี้ตายคังเจี้ยนเฟยได้ นี่คือโลกแห่งความจริง ต่อให้ศักยภาพของหยางเสี่ยวเทียนแข็งแกร่งกว่านี้ก็ไม่สามารถทำอะไรคังเจี้ยนเฟยได้ ไม่อย่างนั้นหยางเสี่ยวเฟยจะต้องติดตะรางแน่

เพื่อเจ้าคังเจี้ยนเฟยนั่น ไม่คุ้มเอาเสียเลย!

และก็เพราะว่าเข้าใจในจุดนี้ ในใจของหลิ่วเยี่ยนจึงเต็มไปด้วยความทุกข์ หงุดหงิดใจเป็นอย่างมาก

“เขาคิดว่าแค่ทำตัวไร้ยางอายก็จะสามารถใช้อำนาจบาตรใหญ่ได้เหรอ? คุณวางใจเถอะ ฉันจะลงโทษเขาเอง!” หยางเสี่ยวเทียนคุยโวอย่างไม่ละอาย “คุณเป็นผู้หญิงของฉัน นอกจากฉันแล้วก็ไม่มีใครจะมาสร้างความวุ่นวายให้คุณได้!”

“นาย... นายอย่าฝ่าฝืนกฎหมายนะ มันไม่คุ้ม!” หลิ่วเยี่ยนคุณพูดด้วยใบหน้างดงามที่เริ่มจะถอดสี คุณกลัวว่าหยางเสี่ยวเทียนจะโมโหเพราะหญิงงามเป็นเหตุจนทำเรื่องที่ไร้เหตุผลออกมา

“คุณวางใจเถอะ ฉันไม่ทำผิดกฎหมายหรอกน่า!” หยางเสี่ยวเทียนพูด “บางครั้งการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจก็น่ากลัวกว่าอะไรทั้งหมด”

หยางเสี่ยวเทียนพูดจบก็วางสายไป

ในเวลาเดียวกันหยางเสี่ยวเทียนก็แอบตัดสินใจเงียบ ๆ ในใจ คังเจี้ยนเฟย เพราะฉันปล่อยแกไป ไม่ทำอะไรแก แกก็เลยไม่รู้ว่าฉันร้ายกาจแค่ไหนสินะ!

“ลี่ลี่ ตรวจสอบคนให้ฉันหน่อย!” หยางเสี่ยวเทียนเรียกใช้สวีลี่ลี่โดยตรง

ในเวลาเดียวกันด้านหลังของสวีลี่ลี่มีพลังขาวดำสองสายอันแข็งแกร่งอยู่ ถ้าหากหยางเสี่ยวเทียนไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์ก็น่าเสียดายไปหน่อย

“ตรวจสอบใคร?” สวีลี่ลี่เอ่ยถาม

“บิดาของคังเจี้ยนเฟย คังหมิงโป๋นิติบุคคลของบริษัทเครื่องมือแพทย์คังโป๋!” หยางเสี่ยวเทียนพูด

“คุณจะทำอะไร?” สวีลี่ลี่พูดอย่างตกตะลึง

“รับซื้อบริษัทเครื่องมือแพทย์คังโป๋ ซื้อกิจการแบบไม่เป็นมิตร!” หยางเสี่ยวเทียนพูดจุดประสงค์ของตัวเองออกมา

การซื้อกิจการเป็นพฤติกรรมทางเศรษฐกิจที่พบเห็นได้บ่อยอย่างหนึ่ง

พูดง่าย ๆ คือซื้อบริษัทแห่งหนึ่งมา

ภายใต้สถานการณ์ปกติ ถ้าอยากจะซื้อบริษัทแห่งหนึ่ง จำเป็นจะต้องช่วงชิงการสนับสนุนของนิติบุคคลระดับผู้นำผู้ถือหุ้นของบริษัทนั้น จะต้องผ่านการทดสอบฝีมือทีละขั้น ๆ แล้วจึงจะซื้อกิจการนี้ได้สำเร็จ

แต่นี่ก็เป็นเพียงวิธีปกติ

บางครั้งแม้ว่าระดับผู้นำ ผู้ถือหุ้น นิติบุคคลของบริษัทนี้ไม่ยินยอม ก็โดนซื้อกิจการ แบบนี้เรียกว่าซื้อกิจการแบบไม่เป็นมิตร

การซื้อกิจการอย่างไม่เป็นมิตร สามารถทำโดยการใช้วิธีซื้อหุ้น สร้างข่าวเสียหาย จับจุดอ่อนของศัตรู หรือใช้อำนาจบีบบังคับเป็นต้น มาซื้อครอบครองบริษัทของฝ่ายตรงข้าม

นี่ไม่ใช่วิธีที่มีเกียรติเท่าไหร่นัก แต่กลับพบเห็นในตลาดทุนได้บ่อยจนชินชา เมื่อปีนั้นเฉินตี้เถ่ที่ได้จัดการแทน ‘ตำนาน’ เกมที่มีชื่อเสียงโด่งดังในประเทศเกาหลี ก็ได้ก้าวกระโดดขึ้นเป็นคนที่รวยอันดับหนึ่งในจีน บริษัทเกมในประเทศเกาหลีจึงคิดจะแบล็กเมล์เฉินตี้เถ่ สุดท้ายเฉินตี้เถ่ก็ใช้วิธีการซื้อกิจการอย่างไม่เป็นมิตรในการครอบครองบริษัทเกมนั้น ก็ไม่รู้ว่าหลังจากที่พวกระดับผู้บริหารที่อยากจะแบล็กเมล์เฉินตี้เถ่นั้นได้เห็นเฉินตี้เถ่กลายเป็นเจ้านายของตัวเองนั้น พวกเขาทำหน้าตาอย่างไร

เหมือนกับบริษัทเถิงม่านเมื่อไม่นานมานี้ ที่ใช้สถานการณ์ที่ไม่อาจต้านทานได้มาครอบครองบริษัทเจี่ยนเตา จับเอาแม่ไก่ที่ออกไข่เป็นทองคำตัวใหญ่ยักษ์อย่าง ‘LOL’ นั่นมาครอบครองไว้ในมือ ล้วนแต่เป็นกรณีตัวอย่าง

โลกของเงินทุน เงินทุนถือเป็นราชา!

ขอเพียงมีเงินทุนก็สามารถหยอกล้อกับบริษัททุนน้อยพวกนั้นในฝ่ามือดุจดังปลาใหญ่กินปลาเล็ก ดังนั้นหยางเสี่ยวเทียนจึงตัดสินใจว่าแก้ปัญหาที่ต้นตอ เป็นบอสใหญ่ของบริษัทเครื่องมือแพทย์คังโป๋ ถึงตอนนั้นคังเจี้ยนเฟยก็ไม่เหลือไก่ไข่แม้แต่น้อย เพียงแค่ประโยคเดียวของหยางเสี่ยวเทียนก็สามารถไล่ให้คังเจี้ยนเฟยไสหัวไปได้ หลิ่วเยี่ยนก็ไม่ต้องแบกรับการคุกคามของคังเจี้ยนเฟยเป็นธรรมดา

“นี่มันยากมากนะ!” สวีลี่ลี่พูด “จากที่ฉันรู้มา บริษัทของคังหมิงโป๋ไม่ได้มีเจ้านาย ผลประกอบการก็ดี เขาไม่ขายแน่!”

“ดังนั้นฉันถึงได้ให้คุณตรวจสอบทุกอย่างของเขาไง!” หยางเสี่ยวเทียนพูดเสียงอ่อน “ทุกคนบนโลกใบนี้ล้วนมีด้านที่ไม่มีเกียรติหรือข้อบกพร่อง มนัสวีที่สมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง พูดได้ว่าคนทุกคนเป็นเหมือนไข่ไก่ที่มีรอยเย็บ นั่นแปลว่าต้องมีช่องทางบุกทะลวงอย่างแน่นอน!”

“ฉันเข้าใจแล้ว” สวีลี่ลี่มองหยางเสี่ยวเทียนแล้วพูดเสียงหนัก

“คุณเข้าใจอะไร?”

สวีลี่ลี่เอ่ย “ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมนายท่านหยางถึงได้มอบมรดกให้คุณ เดิมทีฉันคิดว่าคุณเป็นปลาคาร์ฟกระโดดข้ามประตูมังกร นึกไม่ถึงว่าคุณกลับเป็น...” สวีลี่ลี่หยุดพูดสิ่งที่อยากพูดอีกครั้ง

“กลับเป็นอะไร?” หยางเสี่ยวเทียนถามอย่างประหลาดใจ

“คุณกลับเป็น...” สวีลี่ลี่พูดด้วยความปลง “เป็นปลาทองที่อยู่ในสระ แต่พอเจอกับมรสุมก็กลายร่างเป็นมังกรไงล่ะ!”

“คุณนี่ตาแหลมจริง ๆ!” หยางเสี่ยวเทียนหัวเราะเสียงดัง

……

วันธรรมดา ๆ ของคังหมิงโป๋ผ่านไปอย่างไม่เลว

ด้วยเป็นเกษตรกรที่มีวัฒนธรรมไม่ได้สูงส่งนัก เรียกได้ว่าคังหมิงโป๋นั้นก่อร่างสร้างตัวมาด้วยมือเปล่าจนมีพื้นฐานครอบครัวในวันนี้ กลายเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ครอบครองทรัพย์สินนับสิบล้าน

แต่ว่าชีวิตของคนเรานั้นมักจะมีเรื่องราวที่ไม่เป็นดังปรารถนาอยู่บ้าง

ถึงแม้ว่าคังหมิงโป๋จะร่ำรวย แต่ว่าในบ้านกลับมีผู้หญิงขี้โมโหหนึ่งคน

ผู้หญิงขี้โมโหคนนั้นมีชื่อว่าหวงเยี่ยนเยี่ยน ผู้ซึ่งเป็นภรรยาแต่งคนแรกของคังหมิงโป๋ เมื่อหลายปีก่อน ในตอนที่คังหมิงโป๋กำลังเริ่มก่อตั้งกิจการได้ขอความสนับสนุนจากครอบครัวภรรยามามาก แต่หลายปีมานี้หวงเปิ่นหู่พี่ชายของหวงเยี่ยนเยี่ยนก็ได้รับการโปรโมทเป็นรองผู้อำนวยการสำนักอนามัยของเมืองนี้ ตำแหน่งสูง เปี่ยมอำนาจ

ด้วยเหตุนี้หวงเยี่ยนเยี่ยนจึงใช้อำนาจบาตรใหญ่อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ออกคำสั่งโดยสีหน้าท่าทางในบ้าน แต่คังหมิงโป๋จะไม่กล้ำกลืนฝืนทนก็ไม่ได้ กลายเป็นภรรยาคุมเข้มไป

แต่อีแก่แร้งทึ้งยิ่งข่มเหง คังหมิงโป๋ก็ยิ่งคิดจะตามหาของมาปลอบประโลมจิตใจตัวเอง

และของที่จะมาปลอบประโลมจิตใจของผู้ชายวัยดึกเช่นนี้ แน่นอนว่าต้องเป็นหญิงสาววัยกระเตาะ

ในตอนที่คังหมิงโป๋กำลังซื้อรถยนต์ก็ได้พบกับสาวงามคนหนึ่งที่มีชื่อว่าหลี่เจียซิน สาวสวยคนนั้นอายุเพิ่งจะยี่สิบกว่า ๆ นับตามอายุแล้วถือว่าเป็นลูกสาวของคังหมิงโป๋ได้เลย ไม่เพียงแต่งดงามและอ่อนเยาว์ ทั้งยังน่ารักอ่อนโยน ดียิ่งกว่าอีแก่แร้งทึ้งในบ้านของคังหมิงโป๋ไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่

คังหมิงโป๋ถูกใจความอ่อนเยาว์งดงามของหลี่เจียซิน หลี่เจียซินก็ถูกใจความร่ำรวยของคังหมิงโป๋ทีละเล็กละน้อย ด้วยเหตุนี้ทั้งสองจึงลอบเล่นชู้กัน หลี่เจียซินก็กลายเป็นภรรยาน้อยของคังหมิงโป๋ พอคังหมิงโป๋ได้รับความโมโหมาจากในบ้านก็ไประบายอารมณ์กับทางภรรยาน้อย

ถ้าหากไม่มีหลี่เจียซินมาคลายความกลัดกลุ้ม คังหมิงโป๋คงพังทลายไปนานแล้ว

เวลาปัจจุบัน วิลล่าจื่อรื่อ

คังหมิงโป๋ขับรถออดี้ที่ไม่สะดุดตาคันหนึ่ง แต่งตัวปลอมกายเป็นเหมือนกับช่างประปาคนหนึ่งเข้าไปในวิลล่าหลังหนึ่งในนั้น

เพื่อป้องกันการสังเกตของอีแก่ในบ้าน คังหมิงโป๋ระวังแล้วระวังอีก ทุก ๆ ครั้งเขาจะต้องแต่งหน้ารอบหนึ่งถึงจะมาพบภรรยาน้อยที่วิลล่าจื่อรื่อได้

เข้าไปในห้องแล้วคังหมิงโป๋ก็โอบกอดหลี่เจียซินไว้

“คนสวยของพี่ พี่คิดถึงคุณจะตายแล้ว!” คังหมิงโป๋รวบตัวของหลี่เจียนซินไว้แล้วเริ่มเลียอย่างบ้าคลั่ง

“พี่โป๋คะ พี่รีบร้อนอย่างนี้ทุกทีเลย” หลี่เจียซินบ่น


ฉันเนี่นนะ...เป็นลูกเศรษฐี
คุณสามารถใช้ปุ่มลูกศรซ้าย/ขวาเพื่อถอยหลัง/ไปข้างหน้า
ประเมิน: 10.0/10 จาก 40 โพล
loading...