ฉันเนี่นนะ...เป็นลูกเศรษฐี

บทที่ 37 ไล่ออกโดยตรง

บทที่ 37 ไล่ออกโดยตรง

“ฉันได้ยินแล้วว่าเป็นคังเจี้ยนเฟยที่ให้คุณต่อยเขาเอง!”

“ใช่ ๆ คำขอร้องประหลาดนี่ฉันก็เพิ่งเคยได้ยินครั้งแรกในชีวิตเหมือนกัน”

“เจ้าหมอนี่สมควรโดนต่อย ไม่คุ้มที่จะไปเห็นอกเห็นใจ!”

ผู้คนพูดกันอย่างต่อเนื่อง

คังเจี้ยนเฟยเป็นลูกค้าประจำของบลูมูนบาร์

ทุกคนในบลูมูนบาร์รู้พฤติกรรมของคังเจี้ยนเฟยดี พูดง่าย ๆ ก็คือคังเจี้ยนเฟยคนนี้ต่อให้ฉีดน้ำหอมชั้นดีมาทั้งตัว ทุกคนก็ยังได้กลิ่นเดนมนุษย์มาจากตัวเขา!

เดนมนุษย์เต็มตัว! คนชั่วของสังคม!

ลำพังแค่ในบลูมูนบาร์ก็ไม่รู้ว่าคังเจี้ยนเฟยทำลายผู้หญิงไปเท่าไหร่ สำหรับเรื่องที่คังเจี้ยนเฟยโดนต่อยแล้ว ทุกคนไม่เพียงแต่ไม่เห็นอกเห็นใจ ยังถึงขั้นอยากจะหัวเราะออกมา

“นึกไม่ถึงว่าแกจะกล้าต่อยฉัน!” คังเจี้ยนเฟยลุกขึ้นมามองหยางเสี่ยวเทียน พูดอย่างยากที่จะเชื่อว่า

“ต่อยแกยังต้องใช้ความกล้าด้วยเหรอ?” หยางเสี่ยวเทียนใช้สายตาที่เอาไว้ใช้มองคนโง่เง่ามองไปยังคังเจี้ยนเฟย

คังเจี้ยนเฟยพูดอย่างคุกคามว่า “แกต่อยฉัน จะฉันไปตรวจความเสียหายของร่างกาย แกรอนอนในคุกเถอะ! มาต่อยตีกันในสมัยนี้ต่อยแพ้ก็เข้าโรงพยาบาล ต่อยชนะก็เข้าคุก!”

หยางเสี่ยวเทียนหัวเราะเสียงดัง

คังเจี้ยนเฟยตะลึงงัน พูดว่า “แกหัวเราะอะไร?”

“ประตูศาลาว่าการนั้นมีเหตุผลแต่ไม่มีเงินก็เข้าไม่ได้!” หยางเสี่ยวเทียนพูดอย่างจองหอง “แม้แต่ประโยคนี้แกก็ไม่เคยได้ยินเหรอ? ฉันเป็นมหาเศรษฐีหมื่นล้าน จ่ายสินบนสักหน่อย แกคิดว่าเรื่องนี้นับเป็นเรื่องอะไรกับฉันได้เหรอ?”

คังเจี้ยนเฟยค้นพบในทันทีว่าตนเองดูเหมือนจะรับมือกับหยางเสี่ยวเทียนไม่ไหว

หยางเสี่ยวเทียนเป็นมหาเศรษฐีหมื่นล้าน คอนเนคชั่นนั้นพรั่งพร้อมกว่าตนเอง

สู้กันด้วยคอนเนคชั่น! สู้ยังไงก็ไม่ชนะหยางเสี่ยวเทียน!

สู้กันด้วยเงินตรา? นั่นยิ่งสู้หยางเสี่ยวเทียนไม่ได้เข้าไปใหญ่!

คังเจี้ยนเฟยรู้สึกสิ้นหวังขึ้นมาโดยพลัน

หยางเสี่ยวเทียนยิ้มเย็น

ทันใดนั้น คังเจี้ยนเฟยก็นึกอะไรขึ้นได้ พูดกับหลิ่วเยี่ยนว่า “หลิ่วเยี่ยน ดีจริง ๆ บริษัทเครื่องมือแพทย์คังโป๋ของพวกเราไม่ร่วมมือกับเมถุนกรุ๊ปแล้ว ไม่เพียงเท่านี้ ฉันยังจะไปร้องเรียนเธอที่เมถุนกรุ๊ปด้วย! แค่บอกว่าเหตุผลเป็นเพราะเธอ ฉันจึงหยุดความร่วมมือกับเมถุนกรุ๊ป ฉันจะทำให้เธอเสียงาน!”

คังเจี้ยนเฟยพูดราวกับเป็นโรคประสาท

นี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาจะคุกคามหยางเสี่ยวเทียนกับหลิ่วเยี่ยนได้แล้ว

“แกนับเป็นอะไรได้?” หยางเสี่ยวเทียนพูดยิ้ม ๆ “แกบอกว่าจะไม่ร่วมงานเมถุนกรุ๊ปก็ไม่ร่วมงานกับเมถุนกรุ๊ปได้? บริษัทเครื่องมือแพทย์คังโป๋เอาอะไรมาฟังแก?”

“เพ้อเจ้อ! ฉันเป็นผู้จัดการใหญ่ของบริษัทเครื่องมือแพทย์คังโป๋ บริษัทเครื่องมือแพทย์คังโป๋ไม่ฟังฉัน หรือว่าจะฟังแกล่ะ?” คังเจี้ยนเฟยพูดเสียงเย็น

หยางเสี่ยวเทียนหัวเราะเสียงดัง “ใช่แล้วล่ะ! บริษัทเครื่องมือแพทย์คังโป๋ต้องฟังฉัน!”

“แกบ้าไปแล้วสินะ?” คังเจี้ยนเฟยเอ่ย “บริษัทเครื่องมือแพทย์คังโป๋เป็นกิจการของครอบครัวเรา! ต่อให้แกมีเงินมากกว่านี้ก็ทำอะไรกิจการของครอบครัวเราไม่ได้!

หยางเสี่ยวเทียนล้วงเอาหนังสือรับรองแผ่นหนึ่งออกมา

“นี่คืออะไร?” คังเจี้ยนเฟยอ่านเอกสาร รู้สึกหวาดกลัวด้วยสัญชาตญาณ

“หนังสือรับรองนิติบุคคล!” ตอนนี้ฉันเป็นนิติบุคคลของบริษัทเครื่องมือแพทย์คังโป๋ และก็เป็นผู้ที่มีหุ้นเยอะที่สุดของบริษัทเครื่องมือแพทย์คังโป๋ ตระกูลคังของพวกแกไม่มีหุ้นในบริษัทเครื่องมือแพทย์คังโป๋แม้แต่นิดเดียวแล้ว!” หยางเสี่ยวเทียนพูดด้วยท่าทีทระนงองอาจ “ตอนนี้ฉันเป็นบอสใหญ่ของบริษัทเครื่องมือแพทย์คังโป๋ แกเป็นแค่ลูกน้องที่ฉันจ้างมาทำงานแค่นั้น!”

“นี่มันเป็นไปไม่ได้!” คังเจี้ยนเฟยพูด “แกต้องกำลังโกหกฉันอยู่แน่ ๆ!

ถึงแม้ว่าคังเจี้ยนเฟยจะมองออกว่าหนังสือรับรองนิติบุคคลจะเป็นของจริง แต่คังเจี้ยนเฟยก็ไม่ยินดีเชื่อ

เขาไม่ยินดีที่จะเชื่อว่ากิจการของครอบครัวเขาจะถูกเปลี่ยนมือไปแบบนี้แล้ว

เขาไม่ยินดีจะเชื่อว่าตอนนี้หยางเสี่ยวเทียนจะเป็นบอสของเขา

“แกไม่เชื่อ?” หยางเสี่ยวเทียนพูดด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ “แต่มีคนคนหนึ่งที่ทำให้แกเชื่อได้ รองผู้จัดการจาง ออกมาเถอะ”

หยางเสี่ยวเทียนเพิ่งจะพูดจบ ผู้ชายหัวล้านวัยกลางคนที่สวมชุดสูทรองเท้าหนังเดินออกมาจากกลุ่มคน เดินมาอยู่ที่ข้างกายของหยางเสี่ยวเทียน

“ท่านนี้คือคุณจางเป่ยไห่ รองผู้จัดการบริษัทเครื่องมือแพทย์คังโป๋ คาดว่าแกน่าจะคุ้นเคยกันดีนะ?” หยางเสี่ยวเทียนเอ่ย

“คุณอาจาง... คุณ...” คังเจี้ยนเฟยมองจางเป่ยไห่อย่างไร้เรี่ยวแรง “หรือว่ากิจการครอบครัวของเราจะเป็นของหยางเสี่ยวเทียนแล้วจริง ๆ?”

จางเป่ยไห่พูดด้วยรอยยิ้มเจื่อน ๆ “ใช่ เมื่อวานตอนบ่ายพ่อของนายก็ขายบริษัทเครื่องมือแพทย์คังโป๋ไปแล้ว ตอนนี้บริษัทเครื่องมือแพทย์คังโป๋ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับครอบครัวนายแม้แต่น้อย! ประธานหยาง หยางเสี่ยวเทียนถึงจะเป็นเจ้านายของพวกเรา!”

“หา!” คังเจี้ยนเฟยพูดด้วยความหวาดกลัว “แก... แก...”

เขาพูดอะไรไม่ออก

หยางเสี่ยวเทียนใช้วิธีการที่ไร้ขีดจำกัดเหมือนกับที่ละมั่งเอาเขาเกี่ยวไว้กับต้นไม้จนไร้ร่องรอยยากจะตามหาอย่างไรอย่างนั้น ทำให้คังเจี้ยนเฟยช็อกมาก

“แบบนี้เรียกว่าการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ!” หยางเสี่ยวเทียนพูดอย่างเย็นชาว่า “คังเจี้ยนเฟย ตอนนี้แกถูกบริษัทไล่ออกแล้ว! แกไม่ได้เป็นผู้จัดการใหญ่ของบริษัทเครื่องมือแพทย์คังโป๋อีกต่อไปและคำสั่งซื้อของบริษัทเครื่องมือแพทย์คังโป๋จะให้หลิ่วเยี่ยนแน่อน! เพราะฉันไม่เพียงแต่เป็นเจ้าของบริษัทเครื่องมือแพทย์คังโป๋แล้วยังเป็นประธานของเมถุนกรุ๊ปด้วย ที่สำคัญกว่านั้นก็คือฉันเป็นแฟนของหลิ่วเยี่ยน!”

“ดี แกเก่ง แกเก่ง!” คังเจี้ยนเฟยเอ่ย

หยางเสี่ยวเทียนพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คังเจี้ยนเฟย ยังมีเรื่องอีกเรื่องที่จะต้องบอกแกนะ!”

คังเจี้ยนเฟยพูด “เรื่องอะไร?”

“เร็ว ๆ นี้แกจะกลายเป็นคนยากจนแล้ว!” หยางเสี่ยวเทียนเอ่ย “เตรียมไปขอทานล่วงหน้าเถอะ! ฮ่า ๆ!”

“คอยดูต่อไปเถอะ!” คังเจี้ยนเฟยโมโหจนหูตาแดงก่ำ จากไปด้วยความคับแค้นใจ

คังเจี้ยนเฟยยังอยู่ที่นี่ต่อไปนอกจากจะอับอายผู้คนแล้วก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีก

“ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมนึกไม่ถึงว่าเจ้าคังเจี้ยนเฟยนั่นจะมีวันที่ต้องเสียหน้า!”

“คังเจี้ยนเฟยโดนพ่อหนุ่มคนนี้จัดการจนไม่มีแรงจะตอบโต้ พ่อหนุ่มคนนี้วิเศษมาจากไหนกันนะ?”

“ฮ่า ๆ อวดเก่ง อวดจนไปอยู่บนหัวเจ้านายตัวเอง เกรงว่าเจ้าคังเจี้ยนเฟยนั่นจะมีเงาดำในใจไปตลอดชีวิตแล้ว!”

ทุกคนวิจารณ์กันเสียงดังเซ็งแซ่ ถกกันเรื่องฐานะของหยางเสี่ยวเทียนด้วยความอยากรู้อยากเห็น

วิธีการของหยางเสี่ยวเทียนเรียกได้ว่าเล่นไม่ซื่อ

แผนการใหญ่!

“ขอบคุณนะเสี่ยวเทียน!” หลิ่วเยี่ยนพูดกับหยางเสี่ยวเทียนด้วยความซาบซึ้งใจ “แต่นายก็ไม่ต้องซื้อบริษัทหลายสิบล้านเพื่อฉันหรอก! นายนี่ไร้เหตุผลเกินไปแล้ว!”

หลิ่วเยี่ยนไม่รู้ว่าหยางเสี่ยวเฟยซื้อกิจการมาแบบไม่เป็นมิตร จับเอาจุดอ่อนของคังหมิงโป๋ใช้เงินไปแค่หนึ่งล้านก็สามารถเอาบริษัทเครื่องมือแพทย์คังโป๋มาได้ เรียกได้ว่าเป็นการร่ำรวยอย่างฉับพลัน

หลิ่วเยี่ยนคาดคะเนด้วยตัวเองว่าการที่หยางเสี่ยวเทียนซื้อบริษัทเครื่องมือแพทย์คังโป๋อย่างน้อยต้องใช้เงินหลายสิบล้าน!

ในสายตาของหลิ่วเยี่ยนก็คือหยางเสี่ยวเทียนแก้แค้นเพื่อตนเอง ตะลึงที่เขาใช้เงินไปหลายสิบล้าน!

ชั่วขณะหนึ่ง หลิ่วเยี่ยนทั้งรู้สึกว่าหยางเสี่ยวเทียนไม่มีเหตุผล ทั้งรู้สึกอบอุ่นอยู่ในใจ

รู้ว่าหลิ่วเยี่ยนเข้าใจผิด หยางเสี่ยวเทียนกลับไม่แก้ความเข้าใจผิด ถึงอย่างไรความเข้าใจผิดนี้ของหลิ่วเยี่ยนก็เป็นเรื่องที่ดีต่อหยางเสี่ยวเทียนไม่ใช่เหรอ?

“เพื่อเธอแล้วใช้เงินไปสิบกว่าล้านนับเป็นอะไรได้? นี่คือสิ่งที่เรียกว่าการโมโหเพื่อสาวงามไงล่ะ!” หยางเสี่ยวเทียนมองหลิ่วเยี่ยนด้วยความรักลึกซึ้ง “ผมยอมตายได้เพื่อสาวสวย แม้แต่ตายยังไม่กลัว จะมากลัวเรื่องใช้เงิน? ขอแค่เธอมีความสุขก็พอแล้ว!”

“นาย... นายเสี่ยวมาก! ขนฉันลุกหมดแล้ว ฉัน...” หลิ่วเยี่ยนพูดไป อยู่ดี ๆ สีหน้าก็เปลี่ยนแปลงกะทันหัน มึนจนล้มลงไปทันที


ฉันเนี่นนะ...เป็นลูกเศรษฐี
คุณสามารถใช้ปุ่มลูกศรซ้าย/ขวาเพื่อถอยหลัง/ไปข้างหน้า
ประเมิน: 10.0/10 จาก 40 โพล
loading...