ฉันเนี่นนะ...เป็นลูกเศรษฐี

บทที่4 ฉันก็คือท่านประธาน

บทที่4 ฉันก็คือท่านประธาน

“ไม่อย่างนั้นละ?” หลิ่วเยี่ยนยักไหล่

“เธอพูดถูกแค่ครึ่งเดียว” หยางเสี่ยวเทียนพูดนิ่งๆ แล้วใบหน้าปรากฏรอยยิ้ม

ถึงแม้ว่าความคิดของหลิ่วเยี่ยนเหมือนกับคนอื่นๆ แต่การกระทำของเธอ กลับทำให้หยางเสี่ยวเทียนแปลกใจมาก

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่กินดื่มกันอิ่มแล้ว ทุกคนต่างก็มีความคิดอยากจะกลับบ้านกัน

หยางเสี่ยวเทียนเป็นเจ้าภาพแท้ๆ แต่พันฉายแย่งบทเจ้าภาพ เดินขึ้นเวที ถือไมค์ไว้ “ฉันดูแล้วทุกคนก็กินกันได้พอประมาณแล้ว ถ้าอย่างนั้นวันนี้ก็จบลงเท่านี้แล้วกันนะ”

“แต่ก่อนจะกลับ พวกเราควรจะขอบคุณหยางเสี่ยวเทียนเจ้าภาพในวันนี้ก่อน!”

“ขอบใจ!”

เสียงโหวกเหวกดังขึ้นท่ามกลางผู้คน ไม่มีความจริงใจเลยแม้แต่นิดเดียว

“ขอบใจหยางเสี่ยวเทียนที่ไปยืมเงินมาเลี้ยงข้าวมื้อนี้แก่พวกเรา!” ไม่รู้ว่าใครในกลุ่มผู้คนพูดคำนี้ ทำให้ผู้คนที่เหลือหัวเราะออกมา

ผู้คนค่อยๆทยอยกลับไปเยอะแล้ว หยางเสี่ยวเทียน พันฉายและคนอื่นๆยืนรอลิฟต์อยู่ที่โถงทางเดิน

พันฉายจงใจหมุนกุญแจรถที่อยู่ในมือ พูดขำๆว่า “พักที่ไหนละ ให้ฉันไปส่งนายมั้ย?”

“ไม่เป็นไร ฉันขับรถมาเอง” หยางเสี่ยวเทียนพูดปฏิเสธ

“เหอะๆ ใครไม่รู้บ้างว่านายขับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า? คิดว่าตัวเองมีปัญญาขับรถ Porsche จริงๆรึไง?” พันฉายหัวเราะเสียงดัง

หยางเสี่ยวเทียนไม่อยากเปลืองน้ำลาย ยังไงซะ ตอนนี้เขาก็เป็นท่านประธานของเมถุนกรุ๊ป เศรษฐีหมื่นล้าน ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์เล็กๆนั่นอีกแล้ว

ในเมื่อเป็นคนที่มีฐานะ แล้วทำไมจะต้องไปเถียงกับคนพวกนี้ที่ไม่มีฐานะกันละ?

ไม่นาน หยางเสี่ยวเทียนและคนอื่นๆก็ขึ้นลิฟต์ ลงไปที่ลานจอดรถใต้ดิน

ยืนอยู่ข้างประตูรถ Porsche หยางเสี่ยวเทียนโบกมือให้หลิ่วเยี่ยน พูดว่า “เธอพักแถวไหน ฉันไปส่งเธอ”

“ไม่เป็นไร ฉันเดินออกไปจากตรงนี้ ข้างนอกก็เป็นสถานีรถไฟใต้ดินแล้ว” หลิ่วเยี่ยนโบกมือปฏิเสธ

“ก็ได้” หยางเสี่ยวเทียนพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ เปิดประตูรถ Porsche แล้วก็ขับออกไปจากลานจอดรถใต้ดิน

เห็นภาพนี้ พันฉายและซ่งหวั่นจูนถึงกับอึ้ง

“เหี้ย ไอ้นี้มันมีเงินขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” พันฉายโมโหมาก คิดไปถึงคำพูดและการกระทำเมื่อกี้ตอนกินข้าว เหมือนกับเป็นตัวตลกชัดๆ

ส่วนซ่งหวั่นจูนก็เสียดายมาก ในที่สุดตอนนี้เธอก็รู้แล้วว่าตัวเองเสียอะไรไป!

คนหนึ่งเป็นเศรษฐีหลักล้านที่อยากจะเล่นๆกับเธอ ส่วนอีกคนเป็นเศรษฐีสิบล้านที่จริงใจกับเธอ ใช้สมองคิดก็รู้แล้วว่าเลือกใคร แต่เธอกลับพลาดไปแล้ว

คนที่เหลือก็มีสีหน้าประหลาดใจ ถ้ารู้แต่แรกว่าหยางเสี่ยวเทียนมีเงินขนาดนี้จริงๆยังจะไปเอาใจพันฉายทำไมกัน? แน่นอนว่าต้องไปเอาใจหยางเสี่ยวเทียนสิ

แต่น่าเสียดาย เหมือนว่าจะไม่ทันแล้ว

จากที่สวีลี่ลี่จัดการ ไม่ว่าจะเรือยอชต์ รถสปอร์ต เฮลิคอปเตอร์ เครื่องบินส่วนตัว อะไรที่ควรมีหยางเสี่ยวเทียนมีครบทั้งหมดแล้ว

ที่อยู่ก็ย้ายไปยังริมแม่น้ำเย็นเจียง ในสถานที่ที่ดินแพงมากขนาดนี้ แต่หยางเสี่ยวเทียนกลับพักอยู่ที่คฤหาสน์หรู 1000 ตารางเมตร!

หลังจากที่กลับมา หยางเสี่ยวเทียนนอนพักอยู่ที่สระว่ายน้ำชั้นดาดฟ้า มองดูบรรยากาศตอนค่ำริมแม่น้ำเย็นเจียง รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ

คิดไปถึงก่อนหน้านี้ที่เขายังเป็นบุรุษไปรษณีย์ ทุกๆคืนทำได้แค่เพียงซ้อนซ่งหวั่นจูนมองดูบรรยากาศยามค่ำริมแม่น้ำ ไม่เคยกล้าคิดว่าก่อนว่าจะสามารถซื้อบ้านที่ริมแม่น้ำเย็นเจียง ถึงแม้ว่าจะแค่ 50 ตารางเมตรก็ตาม

ตอนนี้หยางเสี่ยวเทียนเป็นท่านประธานของเมถุนกรุ๊ป ถึงแม้เขาจะมอบให้เหอเชี่ยนจัดการเรื่องทุกอย่าง แต่ก็จำเป็นต้องทักทายกับคณะกรรมการบริหารคนอื่นๆ เพื่อให้สนิทสนมกันไว้

ที่สำคัญที่สุดคือ เป็นไปไม่ได้ที่เหอเชี่ยนจะช่วยเธอดูแลจัดการเมถุนกรุ๊ปทั้งชีวิต ดังนั้นหยางเสี่ยวเทียนจึงจำเป็นต้องค่อยๆเรียนรู้บริษัท

ช่วงเช้า รถ Porsche เพิ่งถึงหน้าประตูบริษัท หยางเสี่ยวเทียนก็เห็นสองร่างที่คุ้นเคย นั่นก็คือพันฉายและซ่งหวั่นจูน

“บ้านเขาเปิดโรงงานไม่ใช่หรอ? ทำไมถึงมาเมถุนกรุ๊ปละ?” หยางเสี่ยวเทียนงงมาก จึงให้สวีลี่ลี่หาคนไปถามให้รู้เรื่อง

สุดท้ายถึงได้รู้ว่า พันฉายพาซ่งหวั่นจูนมาสมัครงานที่เมถุนกรุ๊ปตั้งแต่เช้า

หยางเสี่ยวเทียนเดินไปถึงห้องสัมภาษณ์ ผู้สัมภาษณ์ทั้งหลากกำลังสัมภาษณ์อยู่ และพันฉายกับซ่งหวั่นจูนก็กำลังนั่งรออยู่ข้างนอก

นอกจากพวกเขาแล้ว หลิ่วเยี่ยนคนเมื่อคืนเองก็อยู่ที่นี่เช่นกัน

“แค่กๆ!” หยางเสี่ยวเทียนจงใจไอออกมา เพื่อดึงดูดความสนใจของพวกเขา

พันฉายและคนอื่นๆต่างก็หันหน้ามา

“โอ๊ะ นี่มันคนรวยหยางเสี่ยวเทียนไม่ใช่หรอ? รถ Rolls-Royce Phantom เฮลิคอปเตอร์ เรือยอชต์ก็มีหมดแล้ว ยังจะมาสมัครงานที่เมถุนกรุ๊ปอีกหรอ?” พันฉายพูดประชด

ไม่รู้ว่าทำไม หลังจากที่เห็นหยางเสี่ยวเทียน ในใจพันฉายกลับโล่งอก น่าจะเป็นเพราะ เขารับรู้แล้วว่าหยางเสี่ยวเทียนไม่ได้รวยขนาดนั้นจริงๆ

เห็นหยางเสี่ยวเทียนปรากฏที่หน้าห้องสัมภาษณ์ ซ่งหวั่นจูนที่เมื่อคืนยังรู้สึกเสียดาย และคิดว่าจะรั้งหยางเสี่ยวเทียนกลับมายังไง

แต่ตอนนี้ เธอรู้สึกดีใจที่เมื่อคืนตัวเองไม่ขอคืนดีกับหยางเสี่ยวเทียน

เพราะถ้าหากหยางเสี่ยวเทียนรวยขนาดนั้นจริงๆ จะยังมาสมัครงานที่เมถุนกรุ๊ปทำไมละ?

“หยางเสี่ยวเทียน เมถุนกรุ๊ปไม่รับพนักงานส่งไปรษณีย์นะ” ซ่งหวั่นจูนพูดอย่างถากถาง

“ฉันเข้าเมถุนกรุ๊ปไม่จำเป็นต้องสมัคร” หยางเสี่ยวเทียนพูดนิ่งๆ ฉันเป็นประธานแล้วยังจะต้องสมัครอีกหรอ?

แต่พันฉายทั้งสองคนกลับไม่เชื่อ

“เวรกรรมตามสนอง” หลิ่วเยี่ยนพึมพำประโยคหนึ่ง

หยางเสี่ยวเทียนเดินตรงไปนั่งข้างๆหลิ่วเยี่ยน “เงินที่เธอโอนมาให้ฉันเมื่อคืน ฉันโอนคืนไปแล้วละ”

“ฉันจะบอกความลับให้เธออย่างหนึ่ง ที่จริงแล้ว ฉันเป็นประธานของเมถุนกรุ๊ป” หยางเสี่ยวเทียนพูดเสียงเบา

หลิ่วเยี่ยนสีหน้าไร้อารมณ์ มองหยางเสี่ยวเทียนเหมือนกับคนปัญญาอ่อน “หยางเสี่ยวเทียน นายเล่นสนุกพอรึยัง?”

พันฉายและซ่งหวั่นจูนก็ได้ยินคำนี้ ทั้งสองพยายามอดกลั้นเสียงหัวเราะ “หยางเสี่ยวเทียน ฉันว่านายจนถึงเป็นบ้าแล้วละ คำโกหกแบบนี้ยังกล้าพูดออกมา”

“หยางเสี่ยวเทียน เลิกกับนาย เป็นเรื่องที่ซ่งหวั่นจูนอย่างฉันทำถูกที่สุดในชีวิตแล้วจริงๆ”

หยางเสี่ยวเทียนถอนหายใจ ยอมรับว่าคนอื่นรวยกว่าตัวเองมันยากขนาดนั้นเลยหรอ?

“ตอนนี้ฉันเป็นลูกคนรวยแล้ว! และยังสืบทอดตำแหน่งประธานเมถุนกรุ๊ปด้วย!” หยางเสี่ยวเทียนพูด

พวกพันฉายทั้งสองตกใจก่อน แล้วค่อยหัวเราะตามมา ส่วนหลิ่วเยี่ยนใช้มือบังหน้า ไม่อยากจะรับฟังต่อไปแล้ว

จากที่เธอดูแล้ว หยางเสี่ยวเทียนได้รับแรงกระตุ้นจากการเลิกรา ตอนนี้จึงมีอาการโรคจิตเภท

ในตอนนี้เอง ประตูห้องสัมภาษณ์ถูกเปิดออก ผู้สัมภาษณ์คนหนึ่งเดินออกมา ในขณะที่เขากำลังจะให้ผู้สัมภาษณ์งานคนต่อไปเขาไปนั้น อยู่ๆก็พูดขึ้นว่า “สวัสดีครับท่านประธาน”

เมื่อประโยคออกจากปาก พันฉายและซ่งหวั่นจูนเหมือนกับถูกไฟฟ้าสถิต ลุกขึ้นยืนตรงจากที่นั่ง มองตามสายตาของผู้สัมภาษณ์

แต่พวกเขามองดูสักพัก ตรงนั้นมีเพียงแค่หลิ่วเยี่ยนและหยางเสี่ยวเทียนสองคนเท่านั้น

หลิ่วเยี่ยนมาสัมภาษณ์งาน พวกเขารู้ ถ้าอย่างนั้นก็เหลือเพียงหยางเสี่ยวเทียน!

“อืม คนนี้เป็นเพื่อนร่วมชั้นของฉัน ตอนนี้สัมภาษณ์ห้ามกดดันเธอละ” หยางเสี่ยวเทียนตบไหล่ผู้สัมภาษณ์เบาๆแล้วก็เดินจากไป

“เข้าใจแล้วครับท่านประธาน” ท่าทางนอบน้อมของผู้สัมภาษณ์สะท้อนอยู่ในสายตาของพันฉาย ในใจเต้นรัว

ในที่สุดพวกเขาก็เข้าใจแล้วว่าหยางเสี่ยวเทียนกลายเป็นเศรษฐีหมื่นล้านจริงๆ

รถ Rolls-Royce เฮลิคอปเตอร์ เรือยอชต์ต่างก็สามารถเข่าได้ทั้งนั้น พนักงานก็สามารถซื้อตัวได้ แต่ตำแหน่งท่านประธานของเมถุนกรุ๊ปนั้นเช่าไม่ได้และซื้อไม่ได้ด้วย

ที่น่าตลกคือ พวกเขาคิดว่าหยางเสี่ยวเทียนยังเป็นบุรุษไปรษณีย์เล็กๆนั่นอยู่เหมือนเดิม แต่ความเป็นจริงหยางเสี่ยวเทียนนั้นขึ้นไปอยู่บนฟ้าและก้มมองพวกเขาอยู่แล้ว  


ฉันเนี่นนะ...เป็นลูกเศรษฐี
คุณสามารถใช้ปุ่มลูกศรซ้าย/ขวาเพื่อถอยหลัง/ไปข้างหน้า
ประเมิน: 10.0/10 จาก 40 โพล
loading...