ฉันเนี่นนะ...เป็นลูกเศรษฐี

บทที่8 เริ่มจากขั้นพื้นฐาน

บทที่8 เริ่มจากขั้นพื้นฐาน

บรรยากาศตึงเครียดในทันที เหมือนกับว่าแม้แต่อากาศก็มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเยอะ

“ไปให้พ้น!” หยางเสี่ยวเทียนพูดอย่างเย็นชา

หวังหลงตกตะลึงกับเสียงดุที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน แล้วก็มีสติขึ้นมามากในทันที

เขายีตาสำรวจดูหยางเสี่ยวเทียน คนที่สามารถมา คลับเอเลี่ยนได้ต้องร่ำรวย ถึงแม้เขาจะมีชื่อเสียงในเมืองเย็นจิงสมัยนี้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะกล้ามีปัญหากับใครก็ได้

จากที่เขาดู ถ้าหากหยางเสี่ยวเทียนไม่ใช่คุณชายเศรษฐีสักบ้าน ก็เป็นคนที่เพิ่งเคยมาคลับครั้งแรก

เพราะว่ามีเพียงคนสองประเภทนี้ถึงจะกล้าตะโกนใส่หวังหลง รวมถึงขั้นกล้าสั่งให้เขาไปให้พ้น!

“ดี! ถือว่าแกใจกล้า!” หลังจากที่หวังหลงคิดรอบคอบแล้วเขาก็ปล่อยมือจากซ่งหวั่นจูน

รอสืบตัวตนของแกให้รู้ก่อน ดูสิตอนนั้นกูจะจัดการมึงยังไง!

หวังหลงหันหลังเตรียมตัวจะออกไป

“เอาขยะของนายไปด้วย!” หยางเสี่ยวเทียนเหยียบธนบัตรบนพื้นแล้วพูดอย่างดูถูก

“เหอะ!” หวังหลงหันหลังมองดูธนบัตรบนพื้นรวมแล้วมีทั้งหมด 3 หมื่นกว่าหยวน

เมื่อกี้แอลกอฮอล์ขึ้นหัว ไม่ได้คิดอะไร ทำออกไปด้วยความใจร้อน ตอนนี้ได้สติหน่อย มอง 3 หมื่นบนพื้นแล้วก็ก้มตัวนั่งลง

“ไม่มีเงินแล้วยังอวดรวยทำไม?” หยางเสี่ยวเทียนประชด แล้วก็ออกไป ซ่งหวั่นจูนรีบตามติดมาด้านหลัง

“เสี่ยวเทียน!” ซ่งหวั่นจูนตะโกนเรียก

หยางเสี่ยวเทียนไม่หยุดแล้วยังเพิ่มความเร็วฝีเท้า ทิ้งซ่งหวั่นจูนไว้แล้วก็ออกจากคลับไป

คิดถึงเมื่อสองปีที่อยู่ด้วยกัน หยางเสี่ยวเทียนก็รู้สึกขยะแขยง ตัวเองยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อผู้หญิงแบบนี้เนี่ยนะ!

“หยางเสี่ยวเทียน” ทันใดนั้น เสียงที่คุ้นเคยเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

หยางเสี่ยวเทียนมองไปเห็นเพียงหลิ่วเยี่ยนกำลังขับมอเตอร์ไซต์ไฟฟ้าแล้วจอดลงขณะผ่านหน้า คลับเอเลี่ยน

“นายมาที่นี่....” หลิ่วเยี่ยนอยากจะพูดแต่ก็หยุดไป สีหน้าแสดงออกถึงความรังเกียจมาก “ผู้ชายมีเงินแล้วก็เลวกันทุกคนจริงๆสินะ”

“หลิ่วเยี่ยน ฉันไม่มีทางเป็นคนอย่างนั้นจริงๆนะ!” หยางเสี่ยวเทียนเข้าหาอย่างร้อนรน อยากจะอธิบายให้ฟัง

แต่หลิ่วเยี่ยนไม่ยอมฟังแล้วก็พูดห้ามว่า “หยางเสี่ยวเทียน นายไม่จำเป็นต้องอธิบายกับฉัน”

“ฉันไปละ ไปสนุกต่อเถอะ” หลิ่วเยี่ยนขับมอเตอร์ไซต์ไฟฟ้าค่อยๆจากไป

แต่ในใจเธอติดสัญลักษณ์สกปรกไว้ให้หยางเสี่ยวเทียนแล้ว

“หลิ่วเยี่ยน ฉันไม่ได้ทำอะไรจริงๆนะ!” หยางเสี่ยวเทียนสีหน้าลำบากใจ แทบอยากจะให้คนเอากล้องวงจรปิดให้หลิ่วเยี่ยนดูเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ

สวีลี่ลี่ที่อยู่ในรถได้เห็นภาพนี้เข้าพอดี ปิดปากหัวเราะเบาๆอย่างอดไม่ได้ เมื่อรอหลิ่วเยี่ยนจากไปแล้วก็ขับรถไปจอดตรงหน้าหยางเสี่ยวเทียน

“ประธานหยางคะ เมื่อกี้ประธานเหอโทรมา บอกว่าการกระทำทุกอย่างของคุณตอนนี้อยู่ภายใต้การจ้องมองของคณะกรรมการบริหาร เธอหวังว่าคุณจะเข้าทำงานให้เร็วที่สุด เริ่มจากขั้นพื้นฐานค่ะ” สวีลี่ลี่พูด

“ยังมีเวลาอีกสามปีนู้น? รีบทำไม?” หยางเสี่ยวเทียนพูดอย่างไม่เห็นด้วย

สวีลี่ลี่อธิบายว่า “ตอนนี้คณะกรรมการบริหารแบ่งเป็น 3 กลุ่มแล้ว หนึ่งในนั้นคือกลุ่มที่ร่วมมือกันคัดค้าน ประธานเหอยุ่งวุ่นวายมากเพื่อต้องการจะช่วยให้อำนาจของคุณมั่นคง”

“ถ้าหากคุณไม่พยายามคว้าไว้ ถ้าหลังจากนี้ 3 ปี ตำแหน่งประธานถูกเปลี่ยนคน นั่นก็เป็นการทอดทิ้งความหวังที่ประธานเหอะและนายท่านหยางมีต่อคุณไม่ใช่หรอคะ?”

หยางเสี่ยวเทียนเงียบ “ก็ได้ งั้นเธอจัดการหน่อยละกัน”

จริงๆแล้วจะได้เป็นหรือไม่ได้เป็นท่านประธาน หยางเสี่ยวเทียนไม่ได้สนใจมากนัก เพราะจากที่เขาดูแล้ว ให้เหอเชี่ยนเป็นประธานก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้

แต่ที่สำคัญคือเขาต้องการจะสืบทอดอีก 49.9 พันล้านที่เหลืออยู่!

เย็นวันนั้น หยางเสี่ยวเทียนปกปิดตัวตน แล้วเข้าทำงานที่ไปรษณีย์จงหยวนในตำแหน่งผู้จัดการของพื้นที่ฮวาหนาน ส่วนโจวทงนั้นก็ได้กลายเป็นลูกน้องของเขา

พื้นหลังที่เรียนจบจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ บวกกับที่เคยทำงานเป็นบุรุษไปรษณีย์ หยางเสี่ยวเทียนจึงเข้าใจเหตุผลที่ไปรษณีย์จงหยวนพัฒนาได้ช้า

“ผู้จัดการหยาง ก่อนหน้านี้ผมมันคนมีตาหามีแววไม่ ถ้าหากว่ามีอะไรที่ทำให้คุณไม่พอใจ หวังว่าคุณจะให้อภัย ให้อภัยกันนะครับ” โจวทงยกชาร้อนๆมาแก้วหนึ่งอย่างนอบน้อม วางไว้บนโต๊ะทำงานของหยางเสี่ยวเทียน

หยางเสี่ยวเทียนยิ้มเล็กน้อย “ฉันไม่ได้ใส่ใจด้วยซ้ำ ยังไงซะอีกหน่อยยังมีเรื่องที่ต้องใช้งานนายอีกเยอะ”

“ผู้จัดการหยางใจบุญ ใจกว้างจริงๆ ผมนี่รั้งท้ายเลยครับ” โจวทงแอบโล่งใจ

อย่างน้อยต่อไปหยางเสี่ยวเทียนก็จะไม่เคยมาหาเรื่องเขา

“หัวหน้าโจว สิ้นเดือนอีกแล้ว พวกเราควรคุยกันหน่อยมั้ยครับ?” นอกห้องทำงานมีเสียงที่คุ้นเคยดังมา

จากนั้น หวังหลงเปิดประตูเข้ามาอย่างไม่เกรงใจ เหมือนกับเป็นบ้านของตัวเอง หาที่นั่งอย่างสบายใจ

โจวทงท่าทางแข็งทื่อ มองไปที่หยางเสี่ยวเทียน

เมื่อก่อนไปรษณีย์จงหยวนต้องจ่ายดูแลให้หวังหลงทุกเดือน ไม่อย่างนั้นจะต้องเจอกับความวุ่นวายจากลูกน้องของหวังหลง

สองปีมานี้ โจวทงตอบตกลงกับหวังหลงเพื่อที่จะไม่ให้มีปัญหา

ตอนนี้เมถุนกรุ๊ปส่งผู้จัดการพื้นที่มาแล้ว งั้นก็สามารถส่งมอบการตัดสินใจเรื่องลำบากใจนี้ให้กับหยางเสี่ยวเทียนได้พอดี

“โอ๊ะ โลกแคบจริงๆเลย!” หวังหลงหันหน้าไปก็มองเห็นป้ายทำงานบนโต๊ะทำงานของหยางเสี่ยวเทียน “ผู้จัดการไปรษณีย์จงหยวนพื้นที่ฮวาหนาน!”

เป็นแค่ผู้จัดการพื้นที่เล็กๆก็กล้ามามีปัญหากับฉัน ฉันดูแล้วแกมันไม่รู้จักความน่ากลัวของหวังหลงคนนี้!

หวังหลงนั่งไขว่ห้าง มองโจวทงแล้วก็หันไปมองหยางเสี่ยวเทียน ถามว่า “พวกนายใครเป็นคนตัดสินใจ?”

ตายแล้วๆ หยางเสี่ยวเทียนไปมีเรื่องกับหวังหลง ดูแล้ววันนี้คงจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ง่ายๆแน่เลย

“คนนี้เป็นผู้จัดการพื้นที่ที่มาใหม่ของพวกเรา ชื่อ หยางเสี่ยวเทียน ครับ” โจวทงรีบชี้นิ้วไปที่หยางเสี่ยวเทียน

หวังหลงยกยิ้ม “ในเมื่อเรามันคนคุ้นเคยกัน งั้นก็พูดสั้นๆเลย!”

“ที่ผ่านมาไปรษณีย์จงหยวนต้องจ่ายค่าดูแล 1 แสนในทุกๆเดือน แต่จากความสัมพันธ์ของพวกเรา ยังไงซะก็ต้องคูณ 3 เรียกเก็บนาย 3 แสน!”

3 แสน!

โจวทงแอบตกใจ รีบสำรวจดูท่าทางของหยางเสี่ยวเทียน

“แล้วถ้าฉันไม่จ่ายละ?” คำพูดหยางเสี่ยวเทียนทำเอาผู้คนตกใจ

หวังหลงพวกเขาทั้งสองต่างก็คิดไม่ถึงว่าหยางเสี่ยวเทียนจะตอบแบบนี้

“ถ้าหากนายไม่จ่าย ฉันก็จะทำให้ไปรษณีย์จงหยวนของนายอยู่ในเมืองเย็นจิงไม่ได้!” หวังหลงพูดอย่างมีอำนาจ

หยางเสี่ยวเทียนดูมีอำนาจมากขึ้น สบตากับหวังหลงอย่างไม่กลัว

เห็นท่าว่าจะไม่ดี โจวทงรีบอ้อมไปข้างกายหยางเสี่ยวเทียน แล้วอธิบายเสียงเบาว่า “ประธานหยาง หวังหลงคนนี้ไม่ควรมีปัญหาด้วยนะครับ”

“หวังหลงเป็นหัวหน้าอันธพาลที่มีชื่อเสียงในสมัยนี้ของเย็นจิง มีลูกน้องอยู่ภายใต้นับพันคน ถ้าหากว่ามีปัญหากับเขา คาดว่าต่อไปพัสดุของพวกเราคงจะออกจากคลังสินค้าของบริษัทไม่ได้ด้วยซ้ำนะครับ”

“อีกอย่างหวังหลงยังมีพ่อบุญธรรมที่ลึกลับอีกคน ได้ยินมาว่าเป็นคนใหญ่คนโตคนหนึ่งในเมืองเย็นจิง สรุปแล้วถ้าหากไม่มีปัญหาได้ก็อย่าไปมีปัญหาเลยครับ สัมพันธไมตรีดีที่สุดนะครับ!”

ปึง!

ฟังจบหยางเสี่ยวเทียนตบโต๊ะอย่างโมโห ก็เพราะท่าทางที่พวกนายคิดมากลังเลและเชื่อฟังคำสั่งแบบนี้ ถึงได้เป็นที่ให้หวังหลงมันแผลงฤทธิ์ใส่แบบนี้

พวกนายยอมก้มหัวจ่ายเงินเงียบๆ! แต่หยางเสี่ยวเทียนคนนี้ไม่ใช่!

ฉันยังอยากทำคะแนนให้ได้จากไปรษณีย์จงหยวนเพื่อได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการบริหาร แล้วก็สืบทอดเงิน 49.9 พันล้านที่เหลืออีกนะ!

“นายชื่อหวังหลง?” หยางเสี่ยวเทียนถาม

“อืม” หวังหลงมองหยางเสี่ยวเทียนอย่างขี้เล่น เขาจงใจเพิ่มราคาเพื่อให้หยางเสี่ยวเทียนลำบาก เพื่อกู้ศักดิ์ศรีจากเรื่องที่คลับ

“ไม่มี 3 แสน! แต่ถ้านายอยากจะเล่นสนุก ฉันพร้อมจะเล่นด้วย!” หยางเสี่ยวเทียนพูดอย่างจริงจัง


ฉันเนี่นนะ...เป็นลูกเศรษฐี
คุณสามารถใช้ปุ่มลูกศรซ้าย/ขวาเพื่อถอยหลัง/ไปข้างหน้า
ประเมิน: 10.0/10 จาก 40 โพล
loading...