ชีวิตจักรพรรดิของข้า

บทที่60 บังคับขาย

บทที่60 บังคับขาย

ไม่ว่าเย่เทียนจะอารมณ์ดีขนาดไหน สุดท้ายก็ระเบิดอารมณ์โกรธออกมา เขาพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่า“ชิงยู่และแม่นางทั้งห้า คุณชายต้องการ ต้องการวันนี้เลย!”

แม่เล้าอึ้งอยู่นานกว่าจะมีสติกลับมาได้ นางชี้ไปที่เย่เทียนก่อนจะขำพลางพูดว่า:“คุณชายเย่ ท่านกำลังล้อเล่นกับข้าอยู่หรือเปล่าเนี่ย?ท่านรู้ไหมว่าใครคือเจ้าของจริงๆของโรงน้ำชาหลิวเซียงไหม?”

หญิงงามทั้งสี่ที่ขายแต่เพียงความสามารถแต่ไม่ขายเรือนร่างนั้น ทั้งขุนนางต่างๆ และคุณชายผู้ร่ำรวยในเมืองเมืองหลวง ไม่รู้ว่ามีคนมากมายแค่ไหนที่อยากจะไถ่ตัวพวกนางออกมา เพื่อเอามาเป็นเมียน้อย แต่ก่อนอื่นก็ต้องเข้าตาพวกนางถึงจะใช้ได้ ถ้าไม่อย่างนั้น ไม่ว่าเจ้าจะมีเงินมากมายแค่ไหน พวกนางก็คงไม่ปรายตามอง

เฟยเหยียนรักและเทิดทูนคุณชายเย่เป็นอย่างมาก นางรู้อยู่แก่ใจนางคิดเอาไว้ก่อนแล้วว่าคุณชายเย่เทียนต้องใช้เงินมากมายขนาดไหนถึงจะออกไปจากที่นี่ได้ ไม่คิดเลยว่าเย่เทียนจะโลภมากขนาดนี้ จะเอาไปทั้งห้าคนเลยทีเดียว

ในใจของแม่เล้ารู้สึกตลกยิ่งนัก จะเอาไปทั้งห้าคน เจ้ากำลังฝันกลางวันจินตนาการไปเรื่อยเปื่อยอยู่หรือเปล่า!

ถึงแม้ว่าเย่เทียนจะมีเงินมาไถ่ตัวผู้หญิงทั้งห้าได้ ถึงแม้ว่าผู้หญิงทั้งห้าจะยอมแต่งงานด้วย นางก็ไม่ยินยอม เพราะต้องรู้ก่อน ว่าถ้าจะเลี้ยงสาวงามของเมืองหลวง ไม่รู้ว่าจะต้องใช้แรงและใช้เงินมากแค่ไหน ถึงจะอยากจะเอาไปทั้งหมด ก็ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก!

การทำธุรกิจเช่นนี้ ถ้าไม่มีผู้อยู่เบื้องหลังละก็ ไม่มีทางอยู่ยืดแน่ ไม่ว่าจะเป็นทางไหน นางก็มีช่องทางไปต่อทั้งนั้น ยิ่งไปกว่านั้น โรงน้ำชาหลิวเซียงเป็นหอนางโลมที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง ผู้อยู่เบื้องหลังจะต้องเป็นคนใหญ่คนโตมากขนาดไหน ในใจของนางรู้ดี นอกจากองค์จักรพรรดิในตอนนี้แล้ว ใครจะกล้ามาหาเรื่องกับโรงน้ำชาหลิวเซียงกัน?

เย่เทียนเกือบจะไม่ได้ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาแล้ว แม่เล้ากล้ามาเทียบผู้อยู่เบื้องหลังกับเขางั้นเหรอ?ขำเป็นบ้าเลย ฮ่าๆ

เจ้าขี้เกียจจะเถียงกับแล้ว จึงพูดออกไปว่า:“ใครจะไปสนใจผู้อยู่เบื้องหลังของเจ้า คนพวกนี้ ข้าจะเอาไปให้ได้ ข้าจ่ายให้คนละหนึ่งเหรียญทองแดงเลย!”

เฟิ้งหนีซานที่แต่งเป็นข้ารับใช้ชายหยิบเหรียญทองแดงออกมาห้าเหรียญพลางโยนลงที่โต๊ะทีละเหรียญๆทันที ก่อนจะพูดเสียงเย็นยะเยือกว่า:“เงินอยู่นี่ ส่งมอบมาเดี๋ยวนี้!”

“ฮ่าๆ น่าขำสิ้นดี……”แม่เล้าขำจนน้ำหูน้ำตาแทบไหล แซ่เย่กล้ามาข่มขู่นางเหรอ?ไม่กลัวตายเลยหรือ ธุรกิจโรงน้ำชาหลิวเซียงที่เปิดมาได้ถึงปัจจุบันนี้ มีคนมาทำอะไรโง่ๆเอาไว้ ผลสุดท้าย ถ้าไม่กลายเป็นศพ ก็ต้องติดคุกหัวโต

เย่เทียนถอนหายใจ พลางมองหยินฉองหู่อยู่ชั่วครู่ ก่อนจะพูดว่า:“ให้ลิงคุยกับนาง”

ลิงแซ่โหว ชื่อเย่าจง เพราะเขาสมองฉับไวและปากไว จึงได้ฉายานี้มา อย่าดูถูกเขา ความสามารถด้านการต่อสู้ของเขาถือว่าเป็นอันดับห้าขององครักษ์ชุดดำอีกด้วย และเป็นหัวหน้าขององครักษ์ชุดดำในปัจจุบัน

สถานะของหยินฉองหู่เป็นรองหัวหน้าองครักษ์ เขาเป็นรองมู่ฉุนเฟิงเท่านั้นเอง เย่เทียนไม่อยากให้ใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา ดังนั้น ไม่อยากให้เขาออกหน้า

แม่เล้าเองก็เคยเจอคนใหญ่คนโตมาหมดแล้ว ปกติถ้ามีใครมาหาเรื่องนั้น ก็จะให้คนดูแลในสวนแห่งนี้จัดการ แต่ทว่า นางดูออก ว่าคนที่ตามติดตัวของเย่เทียนนั้นต้องการจะลงไม้ลงมืออย่างโหดร้ายจริงๆ เพียงแค่กลัวว่าจะมีคนบาดเจ็บล้มตาย ไม่มงคลยิ่งนัก ดังนั้น นางจึงให้คนไปเชิญคนมาจากหอหน้า

ผู้อยู่เบื้องหลังของโรงน้ำชาหลิวเซียงเป็นถึงขุนนางที่ทำงานในรั้วในวัง ผู้ช่วยรัฐมนตรีอย่างจางถิงเตินสภาอาวุโสจาง ถือเป็นขุนนางระดับหนึ่งเลยทีเดียว ใครจะไปกล้ามีเรื่องด้วยกันเล่า?(ราชวงศ์ที่แต่งขึ้น แท้ที่จริงมีกี่ขั้น ไม่จำเป็นต้องใส่ใจรายละเอียดมาก)

คนที่แม่เล้าให้ไปเชิญมาคือจางถิงเติน และรัฐมนตรีในองค์กรอย่างหลิวเจิ้นเหวิน บังเอิญว่าหลิวเจิ้นเหวินกำลังดื่มเหล้าเมาสุรากับเพื่อนอยู่ในโรงน้ำชาหลิวเซียงพอดี เขาเองก็มีหุ้นส่วนอยู่ในโรงน้ำชาหลิวเซียงไม่น้อย เมื่อได้ยินว่ามีคนไม่กลัวตายกล้ามาก่อเรื่องถึงที่ อารมณ์อยากฆ่าแกงของเขาก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที

เย่เทียนไม่อยากจะใส่ใจกับแม่เล้าแล้ว จึงให้โหวเย่าจงคุยกับนางแทน ส่วนตัวเขาเองจะไปตึกอีกหยุนเพื่อไปง้องอนสาวงามเหล่านั้น

โหวเย่าจงเผยตัวตนที่แท้จริงว่าเป็นองครักษ์ชุดดำออกมาตรงๆ เขาคิดว่าแม่เล้าจะต้องตกใจจนหน้าถอดสี ใครจะไปคิดว่าแม่เล้ายังคงทำสีหน้าราวกับว่าถึงแม้ฟ้าจะถล่มลงมาก็ไม่กลัวอย่างนั้น

อันที่จริง ไม่ใช่ว่าแม่เล้านั้นกล้าหาญอะไรมาก แต่เป็นเพราะว่าองครักษ์ชุดดำนั้นเพิ่งจะตั้งตนได้ไม่นาน ยังไม่มีชื่อเสียงในทางที่ไม่ดี จนสามารถทำให้คนที่ได้ยินชื่อนั้นหน้าถอดสีได้ สามัญชนคนธรรมดาทั่วไปแทบจะไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ามีองค์กรขององครักษ์ชุดดำนี้อยู่ด้วย

แม่เล้าเจอผ่านอะไรมามาก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีองค์กรที่จากนี้จะมีชื่อเสียงในทางที่ไม่ดีจนทำให้สีหน้าคนเปลี่ยนเมื่อได้ยินชื่อแบบนี้อยู่ด้วย เท่าที่นางรู้ นอกจากจักรพรรดิแล้ว ใครจะกล้ามาหาเรื่องกับรองหัวหน้าคณะรัฐมนตรีระดับหนึ่งได้อีก?

“เป็นใครกันถึงได้อาจหาญแบบนี้ กล้ามาก่อเรื่องถึงที่นี่เลยเหรอ?”ชายร่างใหญ่ที่มีอาวุธครบมือหลายคนกรูกันเข้ามา พลางมีรัฐมนตรีในองค์กรอย่างหลิวเจิ้นเหวินและอีกมากมายตามหลังมา

“โอ๊ะ ที่แท้ก็เป็นท่านหลิวนี่เอง”โหวเย่าจงกุมมือคำนับหลิวเจิ้นเหวิน แต่บนใบหน้าไม่ได้แสดงถึงความเคารพเลยแม้แต่น้อย ลมปากนั้น เต็มไปด้วยการล้อเล่นตลกขบขัน

หน้าที่ขององครักษ์ชุดดำนั้นเป็นองค์กรที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในโดยเฉพาะ สำหรับขุนนางทุกคนนั้น เขามีข้อมูลโดยละเอียดเอาไว้ในมืออยู่แล้ว โหวเย่าจงที่เป็นคนหมายเลขห้าในองครักษ์ชุดดำ ลี่ปู้ซ่างซู(รัฐมาตรี)ขององค์กรระดับสองนี้ เขารู้จักอยู่แล้ว

ถ้าพูดถึงยศถาบรรดาศักดิ์ รัฐมนตรีองค์กรระดับสองจะต้องสูงศักดิ์กว่าองครักษ์อย่างเขาอยู่หลายขั้น แต่องครักษ์ชุดดำเป็นเป็นองค์กรพิเศษภายใน ขึ้นตรงกับจักรพรรดิโดยเฉพาะ และยังมีอำนาจในการลงมือทำอะไรก่อนจะไปรายงานกับจักรพรรดิได้อีกด้วย ไม่ว่าเจ้าจะเป็นขุนนางระดับสูงสักแค่ไหน ยศจะใหญ่สักเพียงใด ถ้าถูกองครักษ์ชุดดำมาหาถึงที่แล้วละก็ ต้องตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อเป็นแน่

“สามหาวนัก พบกับรัฐมนตรีแล้วยังไม่คุกเข่าลงอีกเหรอ?”พวกคนที่กรูเข้ามา ชายร่างใหญ่ที่มีอาวุธครบมือหลายคนนั้นเป็นองครักษ์ส่วนตัวของรัฐมนตรีในองค์กร โดยปกติก็โอ้อวดชูคอกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ครั้งนี้ได้มาเห็นโหวเย่าจงทักทายแต่สีหน้ากลับไม่ได้แสดงความเคารพแบบนี้ จึงทำให้อดไม่ได้ที่จะโกรธเคืองมากขึ้นไปอีก

โหวเย่าจงขำขึ้น ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ และกระดิกเท้า ดื่มชาอย่างวางมาด โดยที่ไม่ได้เห็นขุนนางระดับสองอย่างรัฐมนตรีขององค์กรอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย

นี่มันจะร้ายกาจเกินไปแล้ว!

หลิวเจิ้นเหวินนั้นโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ จนอยากจะให้องครักษ์ตัดหัวของโหวเย่าจงออกตรงนี้เลย แต่เขาเป็นขุนนางโลดแล่นอยู่ในวังมาตั้งหลายปี แค่ได้เห็นก็รู้ตัวตนของเขาแล้ว แต่กลับทำกริยาสามหาวแบบนี้ จะต้องมีคนหนุนหลังที่ไม่ธรรมดาอยู่แน่นอน

แม่เล้าที่ผ่านเรื่องราวมามากมายเองก็ยังต้องตกใจ ปากจู๋แก้มตอบเหมือนลิงอย่างเขาเป็นใครกันแน่นะ?องครักษ์ชุดดำคืออะไรกันแน่?มองเพียงแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นท่านรัฐมนตรีองค์กรหลิวแล้ว แต่กลับไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย?

โหวเย่าจงจิบชาอย่างงดงาม พลางกระดิกเท้าทั้งสองข้าง ก่อนจะเอียงคอมองหลิวเจิ้นเหวิน จากนั้นจึงหรี่ตาพลางขำเสียงประหลาดออกมา และพูดเอื่อยๆว่า:“ท่านหลิว ข้าเป็นองครักษ์ชุดดำ ข้าได้รับสั่งให้จับอาชญากรที่ก่อกบฏ ไม่รู้ว่าท่านหลิวเคยพบเคยเห็นกบฏที่มาซ่อนตัวอยู่ที่นี่บ้างไหม?”

เมื่อเห็นแผ่นเหล็กสีดำที่แกว่งไปมาอยู่ข้างหน้า และหัวกะโหลกมนุษย์ที่ดูน่าเกรงกลัว ทำให้หลิวเจิ้นเหวินอดไม่ได้ที่จะต้องมาตัวสั่นเกรง

สามัญชนคนธรรมดาอาจจะไม่รู้ว่าองครักษ์ชุดดำอยู่แผนกไหน แต่ขุนนางระดับสองอย่างเขานั้นรู้แจ่มแจ้ง ว่าเป็นคนของจักรพรรดิ แถมยังมีอำนาจในการลงมือทำอะไรก่อนจะไปรายงานกับจักรพรรดิได้อีกด้วย ภายนอกนั้นดูเหมือนจะเป็นสายลับของประเทศศัตรู แต่อันที่จริงกลับเป็นองค์กรพิเศษที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายใน

ยศของเขานั้นต่ำนัก แต่เขากลับมีอำนาจในการลงมือทำอะไรก่อนจะไปรายงานกับจักรพรรดิได้อีกด้วย ถ้าทำอะไรโดยไม่คิดขึ้นมา ก็ยิ่งมีโอกาสจะถูกลากเข้าคุกได้ง่ายๆ ปล่อยให้เจ้าตายใจไปก่อน ถ้าเกิดมีการจับแพะขึ้นมาก็ต้องถูกยึดทรัพย์ทั้งหมด และต้องฆ่าทั้งโคตรเหง้า

หลิวเจิ้นเหวินเป็นขุนนางระดับสอง ก็อดไม่ได้ที่จะตกใจกลัวจนขาอ่อนปวกเปียกไปหมด เขาจึงจ้องเขม็งไปทางองครักษ์ตามติดของเขา จากนั้นจึงฝืนยิ้มขึ้นมา พลางกุมมือขึ้นคำนับก่อนจะพูดว่า:“ที่แท้ท่านโหวก็กำลังทำคดีนี้อยู่นี่เอง เข้าใจผิดๆ นี่มันเรื่องเข้าใจผิด เราคนกันเอง คนกันเองทั้งนั้น”


ชีวิตจักรพรรดิของข้า
คุณสามารถใช้ปุ่มลูกศรซ้าย/ขวาเพื่อถอยหลัง/ไปข้างหน้า
ประเมิน: 10.0/10 จาก 15 โพล
loading...