พ่ายรักสาวพรหมจรรย์

บทที่ 1 (1)

บทที่1

ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองหลวงแห่งหนึ่งคราคล่ำด้วยผู้คนที่พากันมาเลือกหาซื้อสิ่งของที่ต้องการ พนักงานหลายคนยืนประจำตามจุดต่างๆคอยแนะนำสินค้าด้วยเสียงหวานละมุน บ้างก็สาละวนกับการจัดเรียงของตามชั้น

สองหนุ่มวัยไล่เลี่ยกันแต่หน้าตาต่างกันลิบ คนหนึ่งนั้นหน้าขาว ดวงตาเรียวสดใส ส่วนอีกคนหน้าคมเข้ม หล่อเหลาสะดุดตาเพศตรงข้ามจนมีหลายคนเหลียวมองตามจนเหลียวหลัง

ทั้งคู่เดินมองอะไรไปเรื่อย แต่มีบ่อยครั้งที่หนุ่มตี๋อย่างนพคุณจะมองหญิงสาวหน้าตาดีๆจนคนที่มาด้วยกันชักจะรำคาญ เลยถามไปว่า

“สนใจแม่สาวคนนั้นหรือวะนพ”

“เปล่า ไม่ได้สนใจ แค่ชอบมอง เขาสวยดี” นพคุณพูดออกมาตามความรู้สึก เขาชอบมองสาวสวย…โดยเฉพาะสาวไทย

“ผู้หญิงไทยก็อย่างนี้แหละ นายอยู่ไปนานๆจะรู้จักพวกเธอมากขึ้น” กิติศักดิ์เอ่ยเสียงหยัน

“ผู้หญิงก็เหมือนกับดอกไม้ ร้อยสีร้อยแบบ จำแนกเป็นรูปรสกลิ่นสีที่แตกต่างกันไป นายจะมาเหมาว่าเขาไม่ดีไปซะทุกคน มันก็ไม่ยุติธรรมต่อพวกเธอนะ” นพคุณร่ายยืดยาว แล้วตบท้ายด้วยคำว่า “สาวไทยออกจะอ่อนหวาน น่ารัก ช่างเอาใจ”

กิติศักดิ์ยักไหล่ เขาไม่เชื่อคำพูดของเพื่อน เพราะเขามีความคิดที่แตกต่างจากคนอื่นอยู่เสมอ นั่นเป็นเพราะว่าเขาเกิดและเติบโตมาจากสภาพแวดล้อมที่ไม่ค่อยดีนัก

เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาอย่างโหดร้ายในวัยเยาว์ ทำให้ความคิดของเขาแตกต่างจากนพคุณอย่างสิ้นเชิง

“ถึงยังไงฉันก็เชื่อว่าผู้หญิงไทยใจง่ายกันทุกคน แค่มีเงินก็แลกกับทุกอย่างได้แม้กระทั่งลูกที่ตัวเองอุ้มท้องมา”

“ทำไมต้องเอาอดีตมาพูดมาคิดให้จิตใจของเราย่ำแย่ไม่หยุดนะ” นพคุณกล่าวเสียงเรียบ นิสัยที่เรียบเรื่อยใจเย็นเหมือนน้ำของเขามักจะดูเอื่อยเฉื่อยในสายตาของคนอื่นอยู่เสมอ

กิติศักดิ์ไม่ตอบ เขาเดินผละจากเพื่อนร่วมนามสกุลออกมา อดนึกถึงเรื่องราวในอดีตของตนไม่ได้…พ่อแม่เป็นใครเขาไม่เคยรู้ เขาอยู่กับยายจนเรียนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่สี่ ความสุขเล็กน้อยที่พอมีบ้างก็มลายหายไป เมื่อมารดาของเขาปรากฏตัวและถือโอกาสมาอยู่ด้วย เธอใช้อำนาจในความเป็นแม่บังคับให้เขาเป็นเด็กฉกชิงวิ่งราวเพื่อหาเงินมาให้ตัวเองได้เล่นไพ่

วันไหนที่เขาหาเงินมาได้เยอะก็จะถูกมารดาดึงเข้าไปกอดแล้วบอกว่า‘แม่รักลูก’ แต่ถ้าวันไหนที่เขาหาเงินไม่ได้เลยหรือหาได้น้อย เขาก็จะถูกผู้เป็นแม่ทุบตีด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย

แม้ว่ายายของเขาจะพยายามเข้ามาห้ามปราม แต่ก็จะถูกผลักแล้วโดนด่าสวนกลับทุกครั้ง มารดาของเขาจะทุบตีเขาจนพอใจก็จะเดินจากไปโดยไม่สนใจเลยว่าเขาจะเป็นอย่างไร มีเพียงยายแก่ๆของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่งกเงิ่นไปหายามาทาให้

และถึงคราวที่เขาจะหมดเคราะห์ไม่ต้องไปอยู่สถานพินิจเหมือนเด็กอีกหลายคน วันนั้นเขาได้วิ่งราวกระเป๋าของฝรั่งที่เป็นผู้หญิง เขาคิดว่าจะง่าย แต่กลับผิดคาด ฝรั่งสาวคนนั้นเธอไม่ได้มาคนเดียว เธอมากับสามีหนุ่ม พอรู้ว่าภรรยาถูกกระชากกระเป๋าก็รีบวิ่งตามมาอย่างกระชั้นชิด ผลสุดท้ายเขาก็ถูกจับตัวได้

ความจริงแล้วเขาจะต้องถูกส่งตัวไปให้กับตำรวจ แต่การณ์กลับไม่เป็นอย่างนั้น เมื่อสองสามีภรรยาต้องชะตากับเขา ทั้งคู่จึงให้เขาพาไปหาผู้ปกครอง

เมื่อพาคนแปลกหน้ามาถึงห้องซอมซ่อที่เรียกว่า‘บ้าน’ ยายของเขาก็รีบวิ่งมาดูด้วยความเป็นห่วง และพอรู้ว่าเขาไปวิ่งราวคนทั้งคู่และถูกจับตัวได้ ยายก็รีบกราบเท้าอ้อนวอนขอให้สองสามีภรรยาอย่าเอาเรื่องหลานชาย

ผิดกับวารี…มารดาของเขาที่ไม่ทำอะไรเลย ไม่แม้แต่จะมองหน้าเขา เธอกล่าวหาว่าเขาเป็นเด็กไม่ดีเองไม่เกี่ยวกับเธอ แถมยังบอกให้เจ้าทรัพย์ดำเนินการทำอะไรก็ได้ตามสบาย

น้ำตาของยายไหลอาบแก้ม หญิงชราร้องไห้อ้อนวอนให้ปล่อยตัวหลานชายไปด้วยน้ำเสียงระล่ำระลัก นางพยายามที่จะใช้ภาษามือเพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงฟังภาษาไทยไม่ออกเป็นแน่

แต่แล้วสิ่งที่ทุกคนคิดกลับไม่เป็นอย่างนั้น ชาวต่างชาติที่เขามารู้ทีหลังว่าชื่อคุณเมดิสันกับคุณเอริก้า หนุ่มสาวชาวอเมริกาพูดภาษาไทยได้ชัดเจน และคุณเมดิสันได้เอ่ยปากขอเขาไปเลี้ยงดูเป็นบุตรบุญธรรม

ยายมองเห็นถึงอนาคตของหลานจึงยอมยกให้โดยไม่มีข้อแม้ ผิดกับวารีที่พอรู้ว่าลูกชายที่นางไม่ได้รักจะถูกขอไปเลี้ยง ก็รีบแสดงตัวว่าเป็นแม่และเรียกร้องขอเงินค่าตัว

แม้ว่ายายจะบอกว่าไม่เอาไม่ต้องการเงิน แต่ยายกลับพูดไม่ทันวารี ผลสุดท้ายคุณเมดิสันกับคุณเอริก้าก็ได้ตัวเขามาเป็นลูกโดยให้ยายกับแม่ของเขาไปโอนมอบสิทธิ์กันที่เขต พร้อมกับเงินก้อนโตที่คุณเมดิสันมอบให้กับผู้เป็นแม่

ชายหนุ่มคิดถึงอดีตอย่างเจ็บปวด ถึงแม้ว่าช่วงเวลานั้นจะผ่านมานานแล้ว แต่เขากลับรู้สึกว่าเพิ่งผ่านพ้นไปได้ไม่กี่วัน ความทรงจำตอกย้ำอยู่แต่เพียงว่าแม่ขายเขาเพื่อแลกกับเงิน

แม้ว่าสองสามีภรรยาจะเลี้ยงดูเขาเสมือนบุตรในไส้ รักใคร่เอ็นดูเขาประดุจสายเลือด และเขาเองก็รักเทิดทูนบิดามารดาต่างเชื้อชาติมาก แต่ภายในใจลึกๆแล้วเขายังอดไม่ได้ที่จะคิดถึงอดีตที่ผ่านมาด้วยความรู้สึกผิดหวัง

และผู้หญิงที่เขาเห็นว่าเป็นคนดีและยกให้เป็นหนึ่งอยู่ในหัวใจของเขามีเพียงแค่สองคน คนแรกคือยายที่เลี้ยงดูเขามาจนเติบโตพอที่จะช่วยเหลือตัวเองโดยที่ยายไม่เคยหวังสิ่งใดตอบแทน

และอีกหนึ่งคนก็คือคุณเอริก้าที่เป็นผู้ดูแลสั่งสอนให้เขาประกอบแต่กรรมดี ประพฤติตนอยู่ในคุณธรรม และขอให้เขาลืมอดีตที่เจ็บปวด

เขาอยู่ที่อเมริกาเคยนึกห่วงและคิดถึงยายอยู่เสมอ แต่ก็คิดว่ายายคงไม่ลำบากอะไรเพราะเงินที่พ่อเลี้ยงของเขามอบให้ก็มากพอที่แม่และยายจะเอาไปทำทุนค้าขายตั้งตัวได้

ชายหนุ่มคิดมาถึงตรงนี้รอยยิ้มหยันก็จุดขึ้นที่มุมปาก ตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่…วันนี้กิติศักดิ์ในวัย 26 ปีไม่ได้เติบโตมาด้วยมือของแม่หรือพ่อเลย แต่เป็นสองมือของคนอื่น

และในต้นปีที่ผ่านมาคุณเมดิสันเอ่ยปากอยากจะขยายกิจการมาเมืองไทย เขาจึงอาสาที่จะมาดูแลที่นี่แทนการไปยุโรป แม้ว่าคุณเอริก้าจะค้านว่าไม่สมควรที่เขาจะมาตามหาอดีตให้เจ็บปวด

ซึ่งคุณเมดิสันก็เห็นด้วยกับภรรยา เขาให้เหตุผลว่าไม่เหมาะที่กิติศักดิ์จะมาอยู่เมืองไทยในขณะที่ยังลบอดีตออกจากใจไม่ได้

แต่เมื่อชายหนุ่มแสดงเจตจำนงชัดเจนว่าต้องการมาที่นี่จริงๆ มารดาบุญธรรมของเขาจึงใจอ่อนยอมช่วยพูด จนกระทั่งคุณเมดิสันยินยอม เขากับนพคุณจึงมาที่นี่ด้วยกันในฐานะตัวแทน

ชายหนุ่มเดินคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ในขณะที่บริษัทเริ่มเป็นรูปร่างขึ้นมาตามคำสั่งของพ่อเลี้ยง และได้เปิดตัวเครื่องสำอางนำเข้า และยังมีสินค้าแบรนด์เนมอีกหลายชนิดที่นำเข้ามาตีตลาดในเมืองไทย วันนี้เขากับนพคุณจึงได้ชวนกันมาเดินสำรวจสินค้าตามตัวแทนจัดจำหน่ายที่วางขายตามห้าง

ใบหน้าที่เครียดขรึมอยู่เป็นนิจของเขาหยุดมองสินค้าที่มีของบริษัทเขานำมาวางขายด้วยความสนใจ สินค้าตัวใหม่นี้กำลังเป็นที่สนใจของกลุ่มวัยรุ่นทั้งชายและหญิง ชายหนุ่มลองเดินเลียบเคียงเข้าไปดูใกล้ๆ

“เชิญหยิบชมได้เลยค่ะ แบรนด์นี้มาใหม่ส่งตรงมาจากสหรัฐอเมริกา ถึงแม้จะเป็นยี่ห้อใหม่แต่ก็ใช้ได้ดี และที่สำคัญราคาไม่แพงอย่างที่คิด” พนักงานขายสินค้าเป็นสาวหวานหน้าใสสมแล้วที่มายืนขายของเสริมความงาม

กิติศักดิ์เหลือบตามองใบหน้าหวานนิดหนึ่ง ก่อนจะละสายตาจากมาเหมือนไม่มีอะไรน่าสนใจ

“ไงกิติ นายสนใจแม่สาวคนนี้หรือไง” นพคุณเดินตามมานานแล้ว พอเห็นว่าเพื่อนรักหยุดมองสาวสวยเขาก็อดไม่ได้ที่จะเอียงหน้าเข้าไปกระซิบถาม


พ่ายรักสาวพรหมจรรย์
คุณสามารถใช้ปุ่มลูกศรซ้าย/ขวาเพื่อถอยหลัง/ไปข้างหน้า
ประเมิน: 10.0/10 จาก 36 โพล
loading...