พ่ายรักสาวพรหมจรรย์

บทที่ 2 (3)

“ฮื่อ รับรองไม่ลืม”

ชายหนุ่มรับคำเพียงเท่านั้นก็ปิดตาลงตัดบทการสนทนากับอีกฝ่าย เป็นเหตุให้นพคุณจำใจต้องเดินออกมาจากห้องอย่างเงียบๆ

ทันทีที่ลับร่างของผู้เป็นทั้งเพื่อนร่วมงาน เพื่อนรักและพี่ชายร่วมโลกแล้ว ร่างสูงเพรียวของกิติศักดิ์ก็ลุกเดินเข้าห้องน้ำ ระหว่างทางเขาก็คอยถอดเสื้อผ้าไปด้วยโดยไม่สนใจว่าสิ่งที่เขาเหวี่ยงจะไปตกอยู่ที่ไหนของพื้นห้อง

การที่มีเพื่อนอย่างนพคุณก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็ไว้ใจได้มากกว่าคนอื่นเพราะเติบโตมาด้วยกัน ผิดกับผู้คนสมัยนี้ภายนอกกับภายในต่างกันจนน่ากลัว

ชายหนุ่มถอนหายใจออกมายาวเหยียดเมื่อนึกถึงตอนที่มาเช่าห้องนี้อยู่ด้วยกัน คุณเมดิสันต้องการให้เขากับนพคุณอยู่ห้องเดียวกัน ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะว่าบิดาบุญธรรมของเขาเป็นคนตระหนี่ไม่อยากเสียเงินเช่าสองห้อง แต่คุณเมดิสันอยากให้ได้อยู่เป็นเพื่อนกัน

แต่เป็นตัวเขาเองที่ขอคัดค้าน เขาไม่อยากอยู่ร่วมห้องกับใครเพราะต้องการความเป็นอิสระ บิดาบุญธรรมของเขาจึงไม่ขัดใจ

ร่างสูงเดินออกมาจากห้องน้ำอีกครั้งหลังจากที่จัดการกับตัวเองเสร็จ วันนี้เขามีประชุมช่วงบ่ายที่เขาขาดไม่ได้ ชายหนุ่มยิ้มที่มุมปาก แม้ว่าเขาจะทำตัวเหลวไหลยังไงแต่เรื่องงานต้องสำคัญและมาก่อนเสมอ

หลังจากนั่งทำงานเสริมหน้าจอโน๊ตบุ๊กราวครึ่งชั่วโมง พราวดาวก็เหลือบดูนาฬิกาที่ข้อมือ เพราะไม่อยากให้ยายฟักเดินงกเงิ่นไปซื้อกับข้าวเอง ดังนั้นก่อนจะไปทำงานที่ห้างสรรพสินค้า พราวดาวจึงไม่ลืมที่จะเตรียมจัดสำรับและหุงข้าวทิ้งไว้

ความสุขของคนเราบางครั้งก็ไม่ได้อยู่ที่เงินทองหรือความร่ำรวย แค่ในแต่ละวันเรามีคนที่รักคอยห่วงใย มีรอยยิ้มที่จริงใจต่อกัน เพียงเท่านี้ก็นับว่าเป็นความสุขสำหรับเธอแล้ว

เธอดีใจและมีความสุขมากเมื่อมียายฟักมาอยู่ด้วย เธอไม่เคยคิดว่าหญิงชราคือภาระ แต่เธอกลับคิดว่าพระเจ้าเวทนาที่เธอต้องอยู่ตัวคนเดียวเลยประทานนางมาให้

หญิงสาวยิ้มกับตัวเองเมื่อคิดมาถึงตรงนี้ แล้วก็อดที่จะคิดไปถึงเรื่องเมื่อบ่ายวานนี้ไม่ได้ คุณค่าของคนไม่ได้วัดกันที่หน้าตาการแต่งตัวหรือการศึกษา เพราะผู้ชายที่มาขอซื้อเธอเขาก็มีคุณสมบัติครบถ้วน หน้าตาดี ผิวพรรณบ่งบอกว่าเป็นผู้ดี แล้วยิ่งเสื้อผ้าการแต่งกายดูก็รู้ว่าเป็นพวกคนมีเงิน แต่นิสัยของเขานับว่ายังห่างไกลจากรูปร่างหน้าตาจริงๆ คนแบบนี้คงไม่เคยรู้จักกับคำว่าความสุขที่แท้จริง

หลังเสร็จสิ้นธุระส่วนตัว เธอก็เดินทางไปทำงาน และอดหงุดหงิดกับถนนที่รถติดทอดยาวไม่ได้ ขณะนี้เวลาเก้าโมงกว่าแล้วเธอยังไปไม่ถึงครึ่งทาง หากเก้าโมงครึ่งแล้วเธอยังไม่ถึงที่ทำงานและพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่มีหวังถูกหักเงินเดือนแน่ๆ

หญิงสาวถอนหายใจขณะสอดส่ายสายตาเพื่อที่จะนำรถจักรยานยนต์คู่ชีพของเธอซิ่งไปให้ทันเวลา ดวงตาสีดำสนิทประดุจนิลเนื้อดีสว่างเรืองรองขึ้นมาหลังแว่นตาสีดำ

ช่องทางเล็กๆริมฟุตบาธคงพอที่เธอจะนำรถซอกแซกไปได้ หญิงสาวไม่รอช้าที่จะพารถพุ่งทะยานไปอย่างที่ใจคิด โดยไม่ทันมองว่าข้างทางนั้นมีร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่งกำลังรีรอเพื่อจะข้ามถนน

เอี๊ยด! โครม!

“ว้าย”

เสียงเบรกรถดังแสบแก้วหู ตามด้วยเสียงรถล้มที่ดังกลบเสียงหวีดร้อง

“ซี้ด” พราวดาวครางเสียงต่ำ ความตกใจทำให้เธอรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจับรถยกขึ้นตั้ง พร้อมกับเดินเขยกขาสำรวจความเสียหายของตัวรถ

“ขับรถบ้าอะไรของคุณ !”

เสียงผู้ชายที่ดังกราดเกรี้ยวห่างออกไปไม่ถึงสองก้าว ทำให้หญิงสาวยุติการตรวจสภาพรถแล้วหันไปมองคนที่ถูกรถชน

“แล้วคุณล่ะมายืนทำบ้าอะไรอยู่ริมถนน ไม่เห็นหรือไงว่ารถเยอะแยะยังกับปลวก ยังมายืนทะเร่อทะร่าให้รถชนเอาได้ บ้าหรือเปล่า” หญิงสาวย้อนตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ต่างจากเขา

“ว่าผมบ้าเหรอ คุณนั่นแหละบ้าหรือเปล่า” ร่างสูงใหญ่เดินเขยกพอๆกับหญิงสาวเพราะเจ็บเข่าที่ล้มกระแทก เขาจับรถของเธอยกขึ้นไปจอดบนทางเท้าหน้าตาเฉย


พ่ายรักสาวพรหมจรรย์
คุณสามารถใช้ปุ่มลูกศรซ้าย/ขวาเพื่อถอยหลัง/ไปข้างหน้า
ประเมิน: 10.0/10 จาก 36 โพล
loading...