ภรรยา ตรอมใจ

บทที่ 66

“ดี! ฉันล่ะชอบนักเชียวไอ้พวกใจกล้าบ้าบิ่นแบบนี้ แต่ต่อให้แกจะเก่งแค่ไหนก็ตายได้เหมือนกัน” เจ้าสัวบัณณ์ตวาดลั่นอย่างโกรธจัดพร้อมเตรียมลั่นไกแบบเต็มที่ แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรก็ต้องสบถลั่น เมื่อรุจิราวิ่งพาตัวเองเข้ามาขวางเอาไว้ซะก่อน

“อย่ายิงเขานะคะคุณพ่อ รุ้งรักเขา คุณพ่อห้ามยิงสามีของลูกนะคะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตา หลังจากตัดสินใจวิ่งเข้ามาโอบกอดเอาตัวเองบังวิถีกระสุนของผู้เป็นพ่อให้กล้องภพด้วยตัวเอง ซึ่งเขาเองก็โอบกระชับเธอตอบกลับมาเช่นกัน หากแต่รุจิราไม่มีทางรู้เลยว่าตอนนี้ว่าที่สามีกับพ่อตากำลังยักคิ้วให้กันและกันอยู่ เมื่อแผนการทั้งหมดที่เขาได้พ่อของเธอเข้ามาร่วมวงด้วยสำเร็จไปได้ด้วยดี

อันที่จริงแล้วเขาได้เจอกับเจ้าสัวบัณณ์ตั้งแต่สามวันแรกที่พาตัวรุจิรามาส่งที่เกาะนี้แล้ว ฝ่ายนั้นเรียกเขาเข้าไปพบตามลำพังที่ห้องทำงาน ก่อนเขาจะสารภาพความผิดทั้งหมดออกไป

แต่ครั้นจะตามไปง้องอนเธอเลยในตอนนั้นเขาก็ยังทำไม่ได้ เพราะต้องรีบกลับไปสะสางงานที่บริษัทฯ เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้กับพ่อตาขาโหดได้เห็นเสียก่อนว่าเขาสามารถดูแลและให้ความรักลูกสาวของอีกฝ่ายได้จริง ๆ

หลังจากโหมงานหนักมาตลอดทั้งอาทิตย์ในที่สุดโปรเจคใหญ่ที่มีรายได้ไม่ต่ำกว่าห้าสิบล้านก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เลยพลอยทำให้เขาสามารถปลดหนี้สินของทางครอบครัว และยังมีทุนสำรองเอาไว้เลี้ยงดูภรรยาและลูก ๆ ที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นมาในอนาคตไปได้อีกนานเท่านาน

“เอาเถอะ ถ้าลูกรักเขาก็รีบพากันไปปรับความเข้าใจกันซะ ส่วนคุณคุณกล้อง ถ้าวันไหนคุณเกิดทำให้ลูกสาวผมต้องเสียน้ำตาอีก รับรองได้เลยว่าผมจะตามไปเสิร์ฟกระสุนให้คุณถึงที่แน่”

“ไม่มีวันนั้นแน่ครับคุณพ่อ” ทั้งสองคนสบตากันอยู่ครู่ก่อนที่เจ้าสัวบัณณ์จะพยักหน้ารับคำสัญญาและเดินออกไป ปล่อยให้สองคนได้มีเวลาอยู่ด้วยกันตามลำพังเพื่อที่จะได้ปรับความเข้าใจกันให้รู้เรื่องเสียที

“อย่าทำแบบนี้อีกนะครับรุ้ง จู่ ๆ วิ่งเอาตัวเองมาบังกระสุนแทนพี่แบบนี้พี่ตกใจนะครับรู้ไหม นึกว่าต้องหาเมียใหม่แล้วซะอีก” กล้องภพเอ่ยขึ้นหลังจากปล่อยให้คนตัวเล็กอยู่ในอ้อมแขนอยู่นาน เขาคิดถึงเธอจนแทบไม่อยากจะคลายอ้อมกอด อยากกอดเธอเอาไว้แบบนี้ทั้งวันทั้งคืนให้หายคิดถึง

“ไม่ต้องทำมาเป็นพูดดีเลยนะคะ คนบ้า! ไม่กลัวตายเลยหรือยังไง หรือพี่กล้องคิดว่าพ่อรุ้งไม่กล้ายิงพี่ถึงได้ยืนรอรับกระสุนแบบนั้น!” เธอต่อว่าทั้งน้ำตา ก่อนจะพยายามฝืนตัวออกห่างแต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ คนอะไรได้ทีกอดเอาหอมเอา ทีเมื่อก่อนล่ะก็แค่เธอเฉียดเข้าไปใกล้ก็ด่าว่ากันเจ็บ ๆ แสบ ๆ เข้าแล้ว

“พี่รู้ครับว่าพ่อของหนูรุ้งกล้ายิงพี่ แต่พี่ไม่กลัว พี่กลัวไม่ได้เมียของพี่กลับคืนมามากกว่า”

“ใครคะเมียพี่กล้อง อย่ามาขี้ตู่แถวนี้นะ”

“ใครที่เคยร้องครางเหมือนลูกแมวใต้ร่างพี่ก็คนนั้นแหละครับเมียพี่”

“คนบ้า! รุ้งเปล่าครางเหมือนลูกแมวนะคะ”

“พี่ก็ยังไม่ได้บอกว่าเป็นหนูรุ้งเลยนี่ครับ ร้อนตัวนะเรา” สิ้นคำชายหนุ่มก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อถูกมือน้อยเอื้อมมาหยิกเข้าให้หนึ่งที ก่อนที่ร่างเล็กจะหมุนตัวเตรียมเดินหนีแต่เขาไม่ยอมให้เธอไปไหนทั้งนั้น จัดการรวบเอาคนแสนงอนเข้าหาอ้อมกอดจากด้านหลังเอาไว้ซะก่อนที่รุจิราจะได้เดินหนีจากไป

“ปล่อยเลยค่ะ ไม่ต้องมากอด”

“ไม่ให้กอดเมียแล้วจะให้พี่ไปกอดแมวที่ไหน อย่าโกรธพี่นักเลย พี่ขอโทษที่มาช้า ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาหนูรุ้งรู้ไหมว่าพี่แทบไม่ได้นอนเลยสักวัน มัวแต่จัดการสะสางเรื่องที่บ้าน พอตกดึกทีไรก็นอนไม่หลับ เพราะไม่มีคนให้นอนกอดเหมือนอย่างเคย”

“ทำไมไม่ดูแลตัวเองเลยคะ ดูสิ ขอบตาช้ำหมดแล้ว” รุจิราว่าพร้อมเอื้อมมือไปลูบใบหน้าคมคาย ที่ถึงแม้ตอนนี้จะดูซีดเซียวไปบ้างแต่ก็ไม่สามารถปกปิดความหล่อเหลาของเขาเอาไว้ได้อยู่ดี

“ก็อยากรีบสะสางปัญหาให้เสร็จจะได้รีบตามมาง้อเมียนี่ไงครับ รู้แบบนี้ก็เลิกโกรธพี่ได้แล้วนะครับ พี่ทำเพื่อหนูรุ้งนะรู้ไหม”

กล้องภพสวนกลับด้วยความจริงที่เขาเพิ่งจะยอมรับมันก่อนจะโน้มหน้าลงจูบขมับคนตรงหน้าอย่างคิดถึง คิดถึงจนแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ ไม่รู้ว่ารุจิราทำเสน่ห์อะไรใส่เขากันแน่ เพราะยิ่งเขาใกล้เธอมากเท่าไรมันก็ยิ่งทำให้เขาไม่อาจถอนสายตาไปจากเธอได้มากขึ้นเท่านั้น

“รุ้งไม่เคยโกรธพี่กล้องเลยนะคะ กลับกันรุ้งกลับคิดถึงพี่กล้องมากกว่า นึกว่าชาตินี้จะไม่ตามมาง้อกันแล้วซะอีก ทีหลังอย่าปล่อยให้รุ้งรอนานแบบนี้อีกนะคะ”

“ไม่มีวันนั้นแน่นอนครับ พี่ให้สัญญา” รุจิราพยักหน้ารับช้า ๆ ก่อนจะเป็นฝ่ายโผเข้ากอดเขาด้วยตัวเอง เธอรักเขามาก และแม้จะถูกมองว่าเป็นผู้หญิงขี้ใจอ่อนเธอก็ไม่แคร์อะไรทั้งนั้น ในเมื่อเธอรักเขา และในตอนนี้เขาก็รักเธอตอบ เรื่องอื่นมันคงจะไม่มีค่าอะไรมากไปกว่าความรู้สึกดี ๆ ที่ในที่สุดแล้วก็ตรงกันเสียที

“หนูรุ้งครับ”

“คะ”

“แต่งงานกับพี่นะครับ พี่อาจจะไม่ใช่ผู้ชายที่ดีพร้อมอะไรมากนัก แต่พี่ขอสัญญาว่าพี่จะรักและซื่อสัตย์กับหนูรุ้งแบบนี้ไปตลอด พี่จะไม่มีวันทำให้หนูรุ้งต้องเสียน้ำตาอีก พี่รักหนูรุ้งนะครับ แต่งงานกันนะคนดี” คำสารภาพพร้อมกับคนที่ค่อย ๆ คลายตัวออกช้า ๆ ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าพร้อมแหวนแต่งงาน ทำให้รุจิราไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้อีกต่อไป หญิงสาวจ้องมองใบหน้าของคนที่เพิ่งจะขอเธอแต่งงานด้วยความรัก ก่อนจะเอ่ยบอกสิ่งที่ชัดเจนมาเสมอให้เขาได้รับรู้ออกไปบ้าง

“รุ้งก็รักพี่กล้องค่ะ”

“คำตอบล่ะครับ”

“แต่งอยู่แล้วสิคะ ก็ยกให้ไปหมดทั้งตัวแล้วก็หัวใจแล้วนี่”กล้องภพยิ้มกว้างอย่างสุขสมก่อนเขาจะค่อย ๆ บรรจงสวมแหวนให้กับว่าที่เจ้าสาวแสนสวยของตัวเองอย่างอ้อยอิ่ง ทั้งสองกอดกันและกันอีกครั้ง โดยไม่ได้สังเกตเลยว่ายังคงมีสายตาของผู้เป็นพ่อที่หวงลูกสาวเสียยิ่งกว่าอะไรของเจ้าสัวบัณณ์แอบมองอยู่ไม่ห่าง และเมื่อเห็นทั้งคู่ตกลงกันได้คนเป็นพ่อก็วางใจ และพร้อมที่จะยกลูกสาวให้กับคนที่เขาเองก็คิดว่าเหมาะสม และคงจะสามารถดูแลรุจิราต่อจากเขาได้ตลอดชีวิตที่เธอเหลืออยู่

กวินภพและมัทนาเดินทางมาร่วมงานแต่งงานระหว่างกล้องภพกับรุจิราตามคำเชิญของทั้งคู่ที่โรงแรมหรูใจกลางเมือง แขกนับพันถูกเชิญให้มาร่วมงานตามฐานะของพ่อเจ้าบ่าวและเจ้าสาว

ภาพของทั้งสองที่เดินจูงมือเข้ามาหาทำให้มัทนาอดยิ้มอย่างมีความสุขกับทั้งสองไม่ได้ ในที่สุดแล้วกล้องภพก็ยอมรับหัวใจตัวเองได้เสียที

แต่อย่างไรลึก ๆ ในใจหญิงสาวก็ยังคงอุตริอิจฉารุจิราไม่ได้ตรงที่ว่าเธอได้มีงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ หนำซ้ำยังได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากเจ้าบ่าวที่แทบไม่ยอมปล่อยให้มือของเขาหลุดออกไปจากมือของเธอเลย

“กำลังคิดว่าถ้างานแต่งงานของเราเป็นแบบนี้บ้างก็ดีอยู่ใช่ไหมครับ” เสียงของคนรู้ทันที่ดังขึ้นทำให้หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปจ้องมองสามีที่กำลังจ้องกันอยู่ก่อนหน้า

“เปล่าซะหน่อยค่ะ” เสียงหวานว่ากลับไปแทบจะทันที ก่อนจะจ้องมองคนที่ไม่ว่าจะเมื่อไรก็รู้ทันความคิดของเธอไปเสียตลอดเวลาอย่างเคือง ๆ จะมีสักครั้งไหมที่เธอจะสามารถปิดบังความรู้สึกของตัวเองกับเขาได้จริง ๆ คงไม่มีแน่ ๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่พอใจตัวเองที่เสียเปรียบกวินภพมาตลอด

“อย่าโกหกเลย แค่มองตาก็รู้แล้วว่ามัทคิดอะไรอยู่ แต่งงานกันอีกสักรอบไหม รับรองได้เลยว่ารอบนี้ฉันจะจัดงานของเราให้ยิ่งใหญ่จะเชิญแขกนับหมื่นให้มาร่วมยินดีกับเราสองคน”

“ดีค่ะ แต่มัทก็ไม่แต่งแล้วด้วย”

“ทำไมล่ะ”

“จริง ๆ งานแต่งเรามันก็ไม่ได้แย่นะคะ ถ้าคุณวินยอมรับมาตรง ๆ มาแอบรักมัทมา ตั้งแต่ก่อนที่เราสองคนจะแต่งงานกันให้ได้ยินได้ชื่นหูบ้าง” เสียงหวานตอบรับพร้อมเอ่ยถามถึงบางสิ่งที่จนป่านนี้กวินภพก็ยังไม่ยอมรับกับเธอเสียทีว่าเขาเองหลงรักเธอมานานแล้วพอ ๆ กับที่เธอก็หลงรักเขา

“ถ้ายอมรับแล้วจะได้รางวัลหรือเปล่า”

“ขึ้นอยู่กับว่าคำตอบของคุณวินแล้วค่ะ ว่ามันทำให้มัทมีความสุขแค่ไหน” มัทนาเอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มยั่ว ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเจอเข้ากับรอยยิ้มนี้ของเธอเข้าไปกวินภพก็แทบจะทรุดตัวลงกับพื้นยอมสิโรราบให้เมียสาว ที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดึงดูดความต้องการจากเขาได้ตลอดเวลา ยิ่งตอนเธอท้องไม่อยากจะยอมรับเลยว่าเขาต้องการเธอหนักมากขึ้นทุกวัน เพราะไม่ว่าจะส่วนไหนของร่างกายที่ดูมีน้ำมีนวลมากขึ้น มันก็ชวนน่าสัมผัสไปเสียหมด

“ฉันรักมัท รักมาตั้งแต่วันแรกที่เจอ แต่เพราะฉันมันซื่อบื้อ ไม่รู้ใจตัวเอง กว่าจะรู้ว่าหลงรักเด็กยัยผมเปียขี้แยที่เอาแต่เกาะหลังของคุณปู่ไม่ยอมปล่อยก็เกือบสายไปแล้ว และอีกเรื่อง...ที่งานแต่งของเราฉันเชิญคนไปร่วมงานไม่กี่คน ก็เพราะว่าจริง ๆ แล้ว...”

“ทำไมคะ”

“ฉันหวง ก็ใครใช้ให้เมียฉันใส่ชุดเจ้าสาวออกมาสวยขนาดนั้น เรื่องอะไรต้องชวนคนเป็นพัน ๆ ไปชื่นชม” คำสารภาพที่หมดเปลือกทำให้มัทนาหน้าแดงจนต้องหลบสายตาเจ้าเสน่ห์ที่กำลังจ้องมองกันไม่ยอมหลบไปไหนเสียที และเมื่อรู้ว่ากำลังจะถูกเขาต้อนถามเรื่องของรางวัลสำหรับคำตอบที่ถูกใจเธอมากกว่าคำตอบไหน ๆ ที่เคยได้ยินมา หญิงสาวจึงรีบชิงเดินไปอีกฟากหาเจ้าสาวของงานที่กำลังเดินคู่มากับเจ้าบ่าวของเธอแทน

“คิดเหรอว่าจะหนีพ้น รอคืนนี้ก่อนเถอะไอ้ลูกพ่อ รับรองจะพาไปฟัดสาวให้หนำใจไปเลย” กวินภพเอ่ยขึ้นเบา ๆ กับบางสิ่งในร่างกาย ที่เพียงแค่มองตามสะโพกกลมมนน่าสัมผัสส่วนนั้นก็ตื่นขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับรู้งาน ไม่นานเขาจึงออกตัวเดินตาม และภาวนาให้งานเลี้ยงในค่ำคืนนี้รีบจบลงไปเสียที

“กี่เดือนแล้วคะคุณมัท” รุจิราเอ่ยถามหญิงสาวอย่างตื่นเต้นทันทีที่เดินแยกออกมาด้วยกัน ปล่อยให้กวินภพกับกล้องภพคุยกันตามลำพังประสาชายหนุ่ม

“ห้าเดือนกว่าแล้วค่ะ”

“รู้เพศแล้วหรือยังคะเนี่ย”

“มัทได้ลูกสาวค่ะ”

“ดีใจด้วยนะคะแบบนี้คุณวินไม่หลงแย่เลยเหรอคะเนี่ย”

“หลงเสียยิ่งกว่าหลงอีกค่ะ แล้วทางคุณรุ้งล่ะคะเป็นยังไงบ้าง” มัทนาย้อนถาม เพราะรู้มาก่อนหน้านี้แล้วว่ารุจิราเองก็เพิ่งจะเริ่มตั้งท้องอ่อน ๆ ตามกันมาติด ๆ เช่นกัน เธอรู้เพราะกล้องภพมักจะคอยโทร.ไปสอบถามถึงเรื่องการดูแลตัวเองต่าง ๆ กับเธอ จนบางครั้งกวินภพก็เกิดลมหึงกำเริบ จนช่วงนี้เขาจะเป็นฝ่ายชิงตัดหน้าแย่งโทรศัพท์ไปรับ และให้คำปรึกษากับกล้องภพด้วยตัวเองอยู่บ่อย ๆ

แม้จะดีใจที่เขาหึง แต่บางครั้งมัทนาก็อดไม่ได้ เพราะแรงหึงของเขานั้นมากจนชนิดที่ว่าหากไปไหนมาไหนด้วยกันแล้วเกิดมีใครมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆ เขาก็พร้อมที่จะตรงดิ่งเข้าไปหาเรื่องคนนั้น ๆ อย่างรวดเร็ว ไม่รู้เลยว่าอาการหวงของแบบนี้เมื่อไรจะหายขาดไปเสียที

“ของรุ้งตอนนี้เดือนกว่าแล้วค่ะ ตอนนี้ก็เห่อกันทั้งบ้านโดยเฉพาะคุณพ่อ แทบจะพาคุณแม่ย้ายมาซื้อบ้านที่อยู่ติดกัน”

“หลานคนแรกก็แบบนี้แหละค่ะ มัทดีใจด้วยอีกครั้งนะคะคุณรุ้งสำหรับทุกอย่าง” มัทนาเอ่ยแสดงความยินดีแก่เจ้าสาวป้ายแดง ที่พอได้เริ่มทำความรู้จักกันเธอก็ได้รู้มาบ้างว่ากว่ากล้องภพจะรู้ใจตัวเองเขาก็ทำร้ายจิตใจรุจิราต่าง ๆ นานา ยิ่งพอได้รู้เรื่องราวระหว่างกันและกันที่ถูกพ่อสองหนุ่มตัวร้ายกลั่นแกล้งมาสารพัดสองสาวจึงสนิทกันอย่างรวดเร็ว และไม่วายจ้องรอเวลาจะเอาคืนสองคนนั้นอยู่ตลอดเวลา

“รุ้งเองก็ดีใจกับคุณมัทด้วยนะคะ ตอนนี้รุ้งต้องไปขึ้นเวทีแล้วล่ะค่ะ แล้วค่อยคุยกันอีกนะคะ” มัทนาพยักหน้ารับเมื่อเจ้าบ่าวสุดหล่ออย่างกล้องภพเดินปลีกตัวออกมาควงเจ้าสาวแสนสวยของเขาไปยังเวทีที่ทั้งสองจะต้องขึ้นไปขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน เลยพลอยทำให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอีกครั้ง เมื่อคนความจำดีที่ไม่เคยลืมอะไรเลยสักอย่างในชีวิตเดินยิ้มกว้างเข้ามาหา

“ไหนของรางวัล”

“ของรางวัลอะไรคะ มัทไม่เห็นรู้เรื่อง ว้าย! คุณวิน ปล่อยมัทนะคะ อายเขา แล้วนี่จะพามัทไปไหนคะ” คนที่ตั้งใจจะทำเนียนร้องขึ้นสุดเสียง เมื่อร่างถูกอุ้มแนบอกของคนเอาแต่ใจตัวเอง ไม่นานคำตอบที่กวินภพส่งผ่านมาให้ก็ทำเอาเธอเสียวสันหลังจนไม่กล้าที่จะดิ้นอีกต่อไป

“พาเมียไปข่มขืนแล้วก็ไม่ร้องด้วย ไม่รอดแน่” กวินภพว่าก่อนจะอุ้มคุณแม่ลูกหนึ่งมุ่งหน้าออกจากห้องบอลลูนเพื่อขึ้นลิฟต์ไปยังห้องสวีทที่เขาเป็นคนจองเอาไว้ตั้งแต่ก่อนที่จะมางาน เพราะอยากจะเปลี่ยนสถานที่มาฮันนีมูนกับภรรยาดูบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าทันทีที่เขาพาเธอมาจนถึงจุดหมาย มัทนาก็ค้อนขวับเข้าให้หนึ่งที

“นี่อย่าบอกนะคะว่าเตรียมการล่วงหน้าเอาไว้แล้ว”

“มันก็ต้องแน่นอนอยู่แล้ว ฉันเองก็อยากจะเข้าหอกับเมียบ้าง ไม่ได้เหรอ” คนอะไรพูดราวกับว่าเธอปล่อยให้เขาอดอยากปากแห้งมานานเสียอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ร่ำร้องอยากจะต่อแขนต่อขาให้ลูกอยู่ทุกวี่วัน จนถึงขั้นไปปรึกษาหมอผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างตั้งครรภ์มาแล้วด้วย ยิ่งคิดก็ยิ่งอดหมั่นไส้ขึ้นมาเสียไม่ได้

“เจ้าเล่ห์ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยนะคะ”

“ก็เจ้าเล่ห์ได้แต่กับเมียคนนี้คนเดียวเท่านั้นแหละ” คนเจ้าเล่ห์ว่าก่อนจะวางคนในวงแขนลงบนเตียงอย่างอ่อนโยน ไม่นานเขาก็พาเธอไปยังดินแดงสวรรค์ที่เต็มไปด้วยบทบรรเลงที่อ่อนนุ่มละมุนไปทั่วทุก ๆ สัมผัสเท่าที่ใจเขาจะพาไปถึง ซึ่งมัทนาเองก็เต็มใจน้อมรับทุก ๆ สิ่งที่สามีของเธอมอบให้ด้วยความเต็มใจ กว่ากวินภพจะทักทายลูกสาวคนแรกของเขาเสร็จทั้งสองก็แทบจะนอนหอบหายใจไม่ต่างกัน

“ฉันรักมัทนะ...” เสียงเข้มว่าพร้อม ๆ กับรั้งคนที่นอนหอบอยู่ข้างกายเข้ามากอดเอาไว้อย่างหวงแหน เขารู้สึกรักเธอมากขึ้นทุกวัน มีความสุขทุกครั้งที่ได้ตื่นขึ้นมาเจอหน้าของเธอเป็นคนแรก

“มัทก็รักคุณวินค่ะ” มัทนาขานรับด้วยคำรัก ก่อนที่บทรักบทที่สองและสามจะเริ่มต้นขึ้นมาอีกครั้ง

และแน่นอนว่าทุกครั้ง...มันเต็มไปด้วยความอ่อนโยนจากผู้เชี่ยวชาญที่ลงทุนไปศึกษาจนแทบจะบรรลุขั้นมาด้วยตัวเอง กวินภพปลดปล่อยทุก ๆ หยาดหยดเข้าสู่ร่างกายสาวพร้อมกับคำรักที่เขาพร่ำบอกเธอไปตลอดทั้งค่ำคืนที่แสนยาวนาน คำรักที่เขาเคยคิดว่าจะไม่มีวันมอบให้กับใคร จนกระทั่งวันที่เขาได้มาเจอเธอ และตกหลุมรักเธอ เด็กสาวผมเปียขี้แงคนนั้น

จบบริบูรณ์


ภรรยา ตรอมใจ
คุณสามารถใช้ปุ่มลูกศรซ้าย/ขวาเพื่อถอยหลัง/ไปข้างหน้า
ประเมิน: 10.0/10 จาก 13 โพล
loading...