(ไม่)ตั้งใจจะเป็นเจ้าสาว

บทที่ 1 แรกพบก็เจอถีบและตบ !(2)

รอยยิ้มที่มีให้คนแก่ที่สกปรกมอมแมม ทำให้เธอตัดสินใจได้เด็ดขาด

จะปล่อยให้ผู้ชายคนนั้นตายไม่ได้ !

เธอเปิดประตูรถวิ่งตรงไปที่ผู้นั้นพร้อมทั้งตะโกนก้อง

“ระวังค่ะคุณ”

หลายคนเหลียวมามอง รวมทั้งชายคนนั้นด้วยที่มองเธออย่างแปลกใจ

เธอพุ่งตรงไปด้วยความรวดเร็วดุจแรดวิ่งหาเหยื่อ ตามด้วยยกส้นบาทาขึ้น กระโดดตัวลอยถีบหน้าอกเขาด้วยมาดกังฟู

“เฮ้ย ! ” เขาอุทาน หงายหลังล้มตึง “อะไรของเธอ”

ชาลินีหอบแฮก หันมองไปทางรถสีดำคันนั้นแล้วต้องใจหาย กระจกเลื่อนปิดสนิท ก่อนที่รถจะเคลื่อนที่ย้ายไป เธอยืนเอ๋อท่ามกลางผู้คนที่มองมาอย่างตำหนิติเตียน โดยเฉพาะคนที่นอนแอ้งแม้งคลุกฝุ่นอยู่

‘คนบ้าหรือเปล่า น่าจะบ้านะ สมองคงไม่เต็ม’

‘ยัยนี่ใช่คนที่เพิ่งไปกล่าวหาว่าเขาขโมยกระเป๋าทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ทำอะไรหรือเปล่านะ’

‘น่าสงสารผู้ชายคนนั้น อยู่ดีๆ ก็เจอคนวิปริตถีบซะแทบกระเด็น’

ความในใจของผู้คนรอบข้างหลั่งไหลเข้ามาในหัว เธอกำมือแน่น พูดไม่ออก ได้แต่จ้องมองเขา...ผู้ชายที่เธอไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ

“เธอ...” เสียงห้าวทุ้มเค้นออกมาอย่างยากลำบาก เธอรีบยื่นมือไปหวังช่วยฉุดให้ลุก แต่เขากลับปัดออกเหมือนรังเกียจ “อย่ามาแตะต้องโดนตัวฉัน”

เธอหน้าชา สมองสั่งให้เดินหนีกลับไปที่รถ แต่ขากลับขยับไม่ออก เหมือนกลายเป็นหินไปแล้ว

เขาลุกปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้า ขณะที่สายตาไม่ยอมละไปจากเธอเลย

“ฉันอธิบายได้นะคะเรื่องเมื่อกี้” เธอระล่ำระลัก “มีคนจะลอบยิงคุณ ฉันรู้ ฉันได้ยิน ฉันหวังดี ไม่มีเจตนาร้าย”

สายตาคมกริบมองไปรอบๆ ก่อนจะตะคอกเธอ “ไหนล่ะ...ไอ้คนร้ายที่เธอว่า ฉันไม่เห็นจะมีสักคน...คนที่อยากให้ฉันตายน่ะ”

“มีจริงๆ นะคะ เขาขับรถหนีไปแล้ว”

“ฉันว่าเธอน่าจะเป็นโรคประสาทซะล่ะม้างงง”

เอาอีกแล้ว...เธอโดนกล่าวหาว่าเป็นคนบ้าอีกแล้ว ตั้งแต่เล็กจนโต เธอได้ยินคำนี้มากี่ร้อยกี่พันครั้งแล้วนะ เธอกลายเป็นคนน่ารังเกียจในสายตาผู้คนในสังคม...

“อย่ามาว่าฉันแบบนี้นะ คนอุตส่าห์ช่วยชีวิตไว้ยังจะเนรคุณอีก”

เขาหรี่ตาลง ก่อนวางมือลงบนหัวเธอ

“ตัวเล็กไปหน่อย แต่ในเมื่อเธอมีความพยายามขนาดนี้ ฉันจะรับเธอมาเป็นหนึ่งในกิ๊กฉันก็ได้”

“ฮ๊ะ ! ” นี่เธอหูฝาดไปหรือเปล่า อีตานี่จะรับเธอเป็นกิ๊กด้วยความจำใจ...เขากินยาผิดสำแดงมาหรือไงถึงได้หลงตัวเองอย่างนี้

ก็จริงอยู่ที่เขาหล่อ...หล่อมาก สูง ขาว ปากแดง คิ้วเข้ม ตาคม แต่ขอโทษทีเถอะ...เธอไม่ได้บ้าผู้ชายขนาดนั้น

“นี่คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ฉันเนี่ยนะจะอยากเป็นกิ๊กคุณ อย่าหลงตัวเอง”

“แล้วที่เธอหาเรื่องเข้าใกล้ฉัน ไม่ใช่เพราะเหตุผลนี้หรือไง”

ผู้ชายคนนี้...พูดจาน่าเอากำปั้นอัดปากสักทีสองทีจริงๆ

“อย่าสำคัญตัวผิดนัก ฉันไม่เคยคิดจะปลื้มคุณ”

“เรอะ...” เขากวาดตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า

‘ก็แค่ผู้หญิงที่ชอบเรียกร้องความสนใจ อย่าไปยุ่งจะดีกว่า คนพรรค์นี้’

ความในใจของเขาดังเข้าโสตประสาทหูเธอเต็มๆ เล่นเอาหน้าเรียวแดงก่ำด้วยความโกรธ

“กล้าดียังไงมาว่าฉันเรียกร้องความสนใจ นึกว่าตัวเองหล่อนักหรือไง โธ่...หลงสำคัญตัวเองผิดไปแล้ว” เธอชี้หน้าเขา ว่าแว้ดๆ ขณะที่เขาหน้าซีด ก่อนยกยิ้มเยาะ

“เดาความคิดคนเก่งนี่นา”

“ฉันไม่ได้เดา แต่ฉันรู้...รู้หมดว่าใครคิดยังไง”

‘ยัยนี่ขี้โม้เก่งชะมัด นี่เรามัวเสียเวลาคุยกับคนแบบนี้อยู่หรือเนี่ย’

ความในใจของเขาทำเอาเธอแทบเต้นผางอีกรอบ

“ฉันจะพิสูจน์ให้คุณเห็นเอง” กวาดตามองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดที่ชายพิการที่นั่งอยู่ข้างทาง ชายผู้นั้นกำลังคิดอย่างเบื่อหน่าย

‘เมื่อไหร่ไอ้สองตัวนี่จะไปเถียงกันที่อื่นสักทีวะ ลูกค้ากูหดหายหมดพอดี กูไม่ได้แกล้งเป็นง่อยเมื่อมานั่งมองมึงทะเลาะกันนะเว้ย’

ฝ่ายนั้นเมื่อเริ่มรู้สึกว่าโดนเขม้นมองอย่างจริงจังก็รีบก้มหน้าก้มตา แต่ชาลินีไม่คิดจะปล่อยโอกาสนั้นให้หลุดลอย เธอตรงไปดึงแขนสกปรกนั้นขึ้น

“โอ๊ย...ดึงตาทำไม ตาเจ็บ”

“อายุไม่น่าจะเกิน 55 แขนขาก็มีครบ ทำไมต้องแกล้งพิการด้วยล่ะ”

“แกล้งที่ไหน” ยืนยันเสียงแข็ง “มีใครบ้างจะอยากขอทาน ถ้าไม่แย่จริงๆ มีรึจะมาแบมือขอเงินชาวบ้านให้ดูน่าสมเพชอย่างนี้” ไม่เพียงพูดเปล่า ยังบีบน้ำตาคลอให้ดูน่าสงสารอีกด้วย

“แต่คุณไม่ได้พิการสักหน่อย ลุกสิ...อย่าเที่ยวโกหกใครต่อใคร” เธอพยายามจะดึงแขนฉุดให้ลุก จนปริวัทน์ทนดูไม่ไหว จับเธอกระชากออกจากชายชรา

“ทุเรศ ผู้หญิงอย่างเธอนี่...รังแกกระทั่งคนแก่ที่พิการ”

“โลกสวยจังนะคุณ” เธอสะบัดแขนออก สีหน้ากราดเกรี้ยว “โง่ๆ แบบนี้ สักวันจะโดนหลอกหมดตัว”

“กล้าด่าฉันรึ”

“เออ กล้ามากกว่าด่าอีก” พูดจบก็ตวัดหลังมือใส่ซีกหน้าคมเต็มแรง

เผียะ !

ชายหนุ่มหน้าหันคว้างไปอีกทาง เธอกัดปากล่างแน่น หัวคิ้วขมวด ก่อนจะหันหลังวิ่งกลับขึ้นรถแล้วสตาร์ทเครื่องขับจากบริเวณนั้นทันที

พอ...พอที เธอเหนื่อย เธอล้า เธอไม่น่าเกิดมาเลยจริงๆ ความกดดันที่ได้รับมันทำให้เธอแทบอยากหายตัวไปจากโลกนี้ ทำไม ทำไม...ทำไมความสามารถพิเศษอย่างนี้ต้องมาเกิดขึ้นกับเธอด้วย !

ฝ่ายปริวัทน์ยืนกุมแก้มที่โดนตบจนชา เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน หน็อย...ฝากไว้ก่อนเถอะยัยโรคจิต อยู่ดีๆ ก็มาถีบเขา แถมยังฝากรอยนิ้วมือไว้ที่แก้มอีก

ถ้าไม่ติดว่ากระหายน้ำจัด และแถวนี้ไม่มีปั๊มน้ำมัน เขาคงไม่แวะตลาดแห่งนี้จนต้องมาซวยซ้ำซวยซ้อนอย่างนี้หรอก

เขาเชื่อว่าโลกมันกลม...ถ้าวันหนึ่งต้องมาเจอกันอีกครั้ง สาบานเลยว่าจะเอาคืนให้สาสม !


(ไม่)ตั้งใจจะเป็นเจ้าสาว
คุณสามารถใช้ปุ่มลูกศรซ้าย/ขวาเพื่อถอยหลัง/ไปข้างหน้า
ประเมิน: 10.0/10 จาก 45 โพล
loading...