(ไม่)ตั้งใจจะเป็นเจ้าสาว

บทที่ 2 พบกันอีกครั้งผู้หญิงซาดิสม์ (2)

ภายในร้านกาแฟที่ตกแต่งน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋ม รอบด้านกรุกระจก หน้าประตูมีโมบายทำด้วยเปลือกหอยห้อยกรุ๋งกริ๋ง เธอเลือกโต๊ะด้านในสุดเพราะอยู่ใกล้แอร์มากที่สุด หลังจากทั้งสองคนสั่งกาแฟเสร็จแล้ว ระหว่างรอ หญิงแปลกหน้าที่ทาปากแดงแปร๊ดก็เริ่มแนะนำตัว

“ฉันชื่อน้ำทิพย์นะ เรียกป้าทิพย์ก็ได้”

“หนูชื่อชาลินีค่ะ เรียกช้างก็ได้”

“ชื่อช้างแต่ตัวเล็กนิดเดียวเอง แถมยังกล้าหาญด้วย”

ชาลินีมองคนชมอย่างเพ่งพิศ...ไม่พบพิรุธใดๆ ในใจหญิงวัยกลางคนคนนี้ไม่ได้เหยียดหยามหรือคิดไม่ดีต่อเธอเลยแม้แต่น้อย มีแต่จะชื่นชม

‘ช้างเป็นเด็กน่ารัก ถ้าได้มาเป็นลูกสาวของเราก็ดีสิ แต่ถ้าไม่ได้เป็นลูก ขอให้มาทำงานกับเราก็ยังดี เพราะคนดีๆ แบบช้างหายาก’

เธอเลยยิ่งยิ้มจนแก้มปริ

“ขอบคุณค่ะที่อยากได้ช้างไปเป็นลูกสาว ตอนนี้ช้างตกงานอยู่ ถ้าได้รับความกรุณาจากคุณป้าช่วยติดต่องานให้ก็จะเป็นพระคุณเลยค่ะ”

น้ำทิพย์เบิกตากว้างอย่างตกใจ “ช้างรู้ได้ยังไงว่าป้าคิดอะไรอยู่”

‘น่าตกใจจริงๆ เด็กคนนี้เดาความคิดคนเก่ง’

“ช้างไม่ได้เดานะคะคุณป้า แต่ช้างได้ยินในสิ่งที่คนอื่นคิดในใจจริงๆ”

“เอ๊ะ ! ” น้ำทิพย์ใจหายวูบ “นี่เรื่องจริงหรือล้อเล่นกันจ๊ะ”

“ช้างจะล้อเล่นไปทำไมกันคะ”

แก้วกาแฟถูกนำมาเสิร์ฟพร้อมขนมขบเคี้ยวเล็กๆ น้อยๆ ชาลินีจิบกาแฟพอให้คล่องคอแล้วเริ่มระบายในสิ่งที่อึดอัดอยู่ในใจมาเนิ่นนาน

“ก็เพราะช้างได้ยินในสิ่งที่ทุกคนคิด ช้างเลยกลายเป็นตัวตลกและตกเป็นจำเลยสังคมตลอด ช้างไม่อยากคบหาใคร เบื่อหน่ายผู้คน บางครั้งได้ยินว่าใครคิดจะทำไม่ดีก็ไปขัดขวางทั้งๆ ที่เหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้นก็จะกลายเป็นว่าช้างผิด ทุกคนจะหัวเราะและเหยียดหยัน กระทั่งคุณป้าเองก็คงไม่เชื่อช้างเหมือนกันใช่ไหมล่ะคะ”

ผิดคาดแฮะ เพราะน้ำทิพย์ไม่ได้แสดงสายตาดูถูกมาให้เลย หนำซ้ำยังเอื้อมมือมากุมมือเธอไว้อีก

“เชื่อสิ ไม่มีเหตุผลอะไรที่ช้างต้องโกหกป้านี่จ๊ะ คนอย่างช้างนี่แหละที่ป้าอยากได้ไปทำงานด้วย”

“งานอะไรคะ” เธอตาวาวใส

“ช่วยดูแลมดให้ป้าที”

“มด ? ”

“เขาเป็นลูกชายของป้าน่ะจ้ะ ระยะนี้รู้สึกไม่ค่อยดี เหมือนเขาจะเจออุบัติเหตุบ่อยเหลือเกิน ป้ากลัวว่าจะมีใครจงใจอยากให้เขาบาดเจ็บ”

“หมายถึงลอบทำร้ายงั้นหรือคะ”

“ใช่จ้ะ ช่วยเป็นหูเป็นตาให้ป้าหน่อยได้ไหม”

ผู้ชายชื่อมด...ก็คงตัวเล็กสินะถึงได้ชื่อนี้ แต่นี่ไม่ใช่งานที่เธออยากจะทำเลย คงต้องปฏิเสธไป

“เอ่อ คือว่าช้าง....” ยังอ้าปากพูดไม่ทันจบ น้ำทิพย์ก็พูดแซงขึ้นมาเสียก่อน

“ให้ค่าจ้างเดือนละห้าหมื่นไปเลยเป็นไงจ๊ะ”

หญิงสาวตาถลน อ้าปากกว้าง “ห้าหมื่น !”

“ใช่จ้ะ แต่ต้องดูแลใกล้ชิด อยู่บ้านเดียวกับป้านะ ว่าไงจ๊ะ”

ในสมองของหญิงสาวดีดลูกคิดคำนวณอย่างเร่งด่วน ใช้ความสามารถพิเศษหาตังค์ งานง่ายๆ เงินดีๆ อย่างนี้จะไปหาได้จากที่ไหน ยุคเศรษฐกิจย่ำแย่ปานนี้ มีงานอะไรมาเสนอก็ควรรับไว้ก่อน

“ตกลงค่ะคุณป้า”

“โอเคจ้ะ” น้ำทิพย์ยิ้มจนเห็นรอยจีบย่นที่หางตา “งั้นนี่เบอร์โทรและที่อยู่ของป้านะจ๊ะ” ส่งนามบัตรมาให้

“ขอบคุณค่ะคุณป้าที่ให้โอกาส ช้างต้องเริ่มงานวันไหนคะ”

“วันไหนที่ช้างจะสะดวกสุดล่ะจ๊ะ”

“ช้างสะดวกทุกวันค่ะ วันนี้เลยก็ยังได้”

“งั้นตอนเย็นๆ ก็เก็บของไปบ้านป้าได้เลย”

ชาลินีตะเบ๊ะ ยิ้มกว้าง “ได้อยู่แล้นนนน”

วันนี้คงเป็นวันแห่งโชคลาภจริงๆ เธอหางานได้ง่ายๆ หลังจากหาไม่ได้มาหลายเดือน เธอเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าใบโตหนึ่งใบ กระสอบอีกหนึ่งใบ โบกรถซาเล้งไปตามเส้นทางสู่บ้านคุณป้าน้ำทิพย์ที่แสนจะใจดี

ดวงตะวันเริ่มลาลับ ส่องแสงสุดท้ายสีส้มแสดอำลา บรรยากาศยามเย็นช่างสดชื่นจนหัวใจเบิกบาน เธอฮัมเพลงไปตลอดทาง จนกระทั่งถึงหน้าบ้าน เอ้ย คฤหาสน์

ใช่แล้ว คงเรียกว่าบ้านไม่ได้ เพราะขนาดความใหญ่โตเทียบเท่าราชวังได้เลยทีเดียว

“โอ้โห นี่เรามาผิดหรือเปล่าเนี่ย” ก้มมองที่อยู่ในนามบัตรอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

“นี่แหละบ้านคุณนายน้ำทิพย์ ไม่มีใครไม่รู้จักเขาหรอกครับ” คนขับซาเล้งพูดพร้อมยิ้มโชว์ฟันหลอ

“เขาโด่งดังขนาดนั้นเชียวหรือคะ”

“ครับ ร่ำรวยเป็นพันเป็นหมื่นล้าน เธอเป็นผู้หญิงที่เก่ง ช่วยเหลือสังคมบ่อย”

หญิงสาวพยักหน้า ไม่แปลกใจหรอกที่เห็นเมื่อช่วงกลางวันไปเบิกเงินทีละเป็นสิบล้าน ก็รวยซะขนาดนี้ไงเล่า... เธอจัดแจงจ่ายเงินเจ้าของซาเล้ง ก่อนจะหิ้วกระสอบกับกระเป๋าจนตัวเอน

ชะเง้อชะแง้คอยืดยาวมองผ่านรั้วอัลลอยด์สีทองเข้าไป มีป้อมยามอยู่ริมประตูด้านหนึ่ง วิ่งมาถาม

“มีธุระอะไรครับ”

“คุณป้าน้ำทิพย์บอกให้ฉันมาที่นี่ค่ะ ฉันชื่อชาลินี”


(ไม่)ตั้งใจจะเป็นเจ้าสาว
คุณสามารถใช้ปุ่มลูกศรซ้าย/ขวาเพื่อถอยหลัง/ไปข้างหน้า
ประเมิน: 10.0/10 จาก 45 โพล
loading...