(ไม่)ตั้งใจจะเป็นเจ้าสาว

บทที่ 3 งานใหม่ที่ต้องทำ (1)

ร่างสูงล้มลงที่พื้น เบิกตากว้างมองเธอที่ยืนกอดอกตาถลึงอยู่เหนือศีรษะ

“ยะ ยะ ยัยช้างติ๊งต๊อง เธอ...เธอกล้าถีบฉันเป็นครั้งที่สอง”

“เพราะคุณกล้าล่วงเกินฉัน แค่นี้ถือว่ายังน้อยนะคะคุณหนูมด”

“บอกแล้วไงว่าอย่าเรียกฉันว่าคุณหนูอีก” เขากัดกรามกร้วม พร้อมคิดในใจ

‘ยัยช้างติ๊งต๊องเรียกยังกับเราเป็นเด็ก สักวันเถอะ จะเอาลูกชายสุดรักยัดปากดูสักที อยากรู้ว่าปากจัดจ้านแบบนี้เวลาดูดเวลาอมจะมันส์ขนาดไหน’

ชาลินีมือเย็นเฉียบ หน้าแดงก่ำสลับซีด โมโหถึงขีดสุด ในความหงุดหงิดก็มีความอายปะปนอยู่ด้วย

“อีตาบ้า” เธอกระโดดถลาร่อนนั่งทับบนอกเขา

“เฮ้ย ! อะไรอีกวะ”

เผียะ

หน้าคมสะบัดคว้างตามแรงตบ “กล้าดียังไงมาตบฉันอีก ฮ๊ะ”

“คุณนั่นแหละกล้าดียังไงคิดลามกอย่างนั้น จะเอาอะไรยัดปากฉัน ฮ๊ะ !”

คราวนี้คนที่เป็นฝ่ายหน้าแดงกลับกลายเป็นเขาเสียเอง

“ธะ...เธอ เธอรู้ได้ยังไง”

เป็นจังหวะเดียวกับที่หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาพอดี ใบหน้าเอิบอิ่มกลมแป้นแล้นมองชาลินีนั่งทับบนอกลูกชายตัวเองอย่างประหลาดใจ

“เอะอะอะไรกันจ๊ะ เห็นคนใช้แอบดูหน้าสลอน”

“เอ่อ...” เธอรีบลุกยืน ตีหน้ายิ้ม

“แม่ครับ ยัยช้างนี่ผมไม่โอเค ไล่ออกเลย ผมคงเป็นโรคประสาทสักวันแน่ๆ เมื่อกี้ก็ต่อยผม แถมถีบผมอีก”

“ก็ลูกชายคุณป้าคิดไม่ดีกับช้างก่อนนี่คะ”

“ลูกไปคิดอะไรน่าเกลียดใส่หนูช้างล่ะสิ”

“ผมยังไม่ได้คิดเลย ผมไม่ยอมนะ ถ้าแม่ให้ยัยนี่อยู่ร่วมบ้านด้วย ผมไม่ใช่เด็กแล้ว ผมดูแลตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องเอาคนบ้ามาเป็นพี่เลี้ยงหรอก”

ชาลินีฉีกยิ้ม...ที่ดูยังไงก็มองออกว่าเสแสร้งแกล้งยิ้มชัดๆ เธอยื่นมือหาเขา พูดด้วยเสียงอ่อนหวาน

“ลุกสิคะคุณหนูขา”

“อย่ามายุ่ง ฉันลุกเองได้” เขาปัดมือเธอเหมือนปัดแมลงวัน ก่อนจะลุกยืนด้วยหน้างอง้ำ

“อุ๊ย หน้าคุณหนูมีอะไรติดอยู่ด้วยแน่ะ ฉันเอาออกให้นะคะ” เธอเอื้อมมือตะปบจมูกเขาเต็มๆ

“โว๊ย ยัยบ้า” เขาโวย เธอกระซิบข้างหู

“ถ้าคุณไม่รับฉันเข้าทำงาน ฉันจะไม่เอามือออกจากจมูกคุณ”

เขาพยักหน้ารัวๆ

“รับฉันทำงานแล้วใช่ไหมคะ”

เขาพยักหน้าอีก

“ดีมากค่ะ” เธอปล่อยเขาให้เป็นอิสระ ขณะที่เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ราวกับขาดออกซิเจนมานาน

“ยะ ยัยบ้า” เขาไอโขลก

“เป็นอะไรไปลูก”

“เปล่าครับแม่ ผมตกลงแล้ว รับยัยนี่เข้าทำงานก็ได้” เขาชี้มือไปทางร่างบางที่ยิ้มกริ่มอยู่

“โอเค ดีมากจ้ะ งั้นช้างตามป้ามานะจ๊ะ ป้าจะพาไปดูห้องพัก” จากนั้นก็ตะโกนเรียกสาวใช้ให้มาช่วยขนเสื้อผ้าตามไป

ปริวัทน์ได้แต่มองตามหลังชาลินีด้วยความแค้น...เขาจะยอมให้เธออยู่ร่วมบ้านก็ได้ เพื่อจะเอาคืน

หน็อย ผู้หญิงคนนี้ช่างอันตรายนัก เพิ่งเจอกันวันแรกก็ทั้งตบทั้งถีบเขา มิหนำซ้ำยังกล้าเอามือกำตดมาอุดจมูกเขาอีก

คนอะไร นอกจากไม่สวย นิสัยยังอุบาทว์อีก

สักวันจะทวงคืนความยุติธรรมให้ตัวเอง ยัยปีศาจ !

ห้องที่เธอได้พักอาศัยชั่วคราวนั้นกว้างขวาง เครื่องเรือนทุกชิ้นเป็นสีขาว หน้าต่างเปิดรับลมเย็น มองออกไปข้างนอกคือทิวทัศน์สวยงาม มองเห็นดอกไม้นานาพรรณที่ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี ส่งกลิ่นหอมระรวยจนแยกไม่ออกว่าเป็นกลิ่นของดอกไม้ชนิดใดกันแน่

ชาลินีกางแขนกว้าง สูดอากาศเข้าเต็มปอด นับจากนี้ไป...เธอคือคนที่มีงานทำ แถมงานยังเงินเดือนดีซะด้วยสิ ถึงจะต้องทนอยู่ร่วมชายคาเดียวกับอีตามดร่างยักษ์นั่น แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า

“ถูกใจไหมจ๊ะช้าง ห้องนี้น่ะ”

“ถูกใจสุดๆ เลยค่ะคุณป้า” เธอหันกลับมากระโดดนั่งบนเตียงนอนติดสปริงเด้งดึ๋งดั๋ง “สบายมาก ห้องเดียวก็ใหญ่กว่าบ้านช้างทั้งหลังเสียอีก”

น้ำทิพย์อมยิ้ม ถอยไปนั่งบนเก้าอี้มุมห้องริมหน้าต่าง เริ่มจาระไน

“ถ้างั้นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่า ช้างมีหน้าที่อะไร ช้างรู้แล้วใช่ไหม”

“รู้ค่ะ” เธอยืดอกอวดภูมิ “คอยสอดส่องคุณมด แบบยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม”

รู้ว่าหญิงสาวเพียงประชดเล่นๆ เท่านั้น น้ำทิพย์เลยได้แต่หัวเราะ ไม่จริงจังอะไร


(ไม่)ตั้งใจจะเป็นเจ้าสาว
คุณสามารถใช้ปุ่มลูกศรซ้าย/ขวาเพื่อถอยหลัง/ไปข้างหน้า
ประเมิน: 10.0/10 จาก 45 โพล
loading...